ยศีรษะหลุดหัวเราะอย่างไร้เสียง
เขาไม่คิดจะปลุกนาง ปล่อยให้นางนอนหลับไป
เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าเพิ่งจะหมุนกาย เตรียมใช้ช่วงเวลานี้สะสางเอกสารทางราชการต่อ กลับมีคนเคาะประตูเรียกจากภายนอกและกล่าวกับคนด้านในว่า “เซี่ยเซียนเซิง ฝั่าบาทประทับอยู่ที่ตำหนักเฉียนชิง กำลังหารือข้อราชกิจอยู่ รับสั่งให้ท่านไปเข้าเฝั้าสักคราขอรับ”
เป็นเสียงของขันทีที่ค่อนข้างทุ้มหนัก
คงเพราะคิดไม่ถึงว่าจะมีคนกำลังหลับอยู่ในสถานที่นี้ ทำให้ใช้เสียงค่อนข้างดัง ไม่ได้ลดระดับแม้แต่น้อยเซี่ยเวยได้ยินก็ขมวดคิ้ว หันศีรษะไปมองเจียงเสวี่ยหนิงโดยไม่รู้ตัว
เจียงเสวี่ยหนิงกำลังถอดถุงเท้าย่ำเหยียบผืนน้ำไล่จับกุ้งอยู่ในความฝัน ขณะกำลังสนุกสนานก็ได้ยินคำว่า ‘ตำหนักเฉียนชิง’ ทำให้ตะลึงงันไปกุ้งยักษ์ตัวนั้นจึงหลุดจากมือนาง และด้วยความร้อนใจ นางจึงโถมตัวไปข้างหน้า ศีรษะโน้มตามไปด้วยเล็กน้อย ตื่นขึ้นมาทันที
แต่นางกลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
นางดีดตัวพรวดขึ้นนั่ง ร้องตะโกนว่า “ปลาของข้า กุ้งของข้า!”
เจียงเสวี่ยหนิงเหลือบสายตาขึ้น ฉับพลันนั้นจึงสบเข้ากับนัยน์ตากอปรด้วยความรู้สึกอันสลับซับซ้อนยากจะบรรยายของเซี่ยเวย
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
พิณวางอยู่เบื้องหน้า เซี่ยเวยยืนอยู่ตรงหน้า
นางพลันใจหายวาบ เย็นยะเยือกไปทั้งร่าง
เซี่ยเวยนึกถึงเรื่องที่ก่อนหน้านี้ยังสงสัยอยู่ว่านางจะฝันร้ายหรือเปล่า จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าระยะนี้ดูเหมือนตนจะใจดีมีเมตตามากเกิ