ต่างหูหลิวหลีสีม่วงเส้นบางระอยู่บนแก้มข้างใบหู
แสงตะวันเบื้องนอกไม่จัดจ้ามากนัก ขณะส่องทะลุผ่านหลิวหลีสีม่วงใสก็หักเหจนเกิดเป็นประกายแสงอันอ่อนโยนและแจ่มจรัสหลายสายตกกระทบลงบนผิวกายขาวผ่องดั่งหิมะของนาง
ยามเขาบรรยายภายในตำหนักช่วงหลายวันที่ผ่านมา เจียงเสวี่ยหนิงตั้งอกตั้งใจฟังมาตลอด
ต่อให้เรียกตัวมาสงบจิตใจยังตำหนักข้างแห่งนี้ นางก็ทำตัวว่านอนสอนง่ายไม่เคยตัดพ้อแม้แต่น้อย
ทว่าวันนี้กลับฟุบหลับในตอนที่เขาไม่ทันสังเกตสายตาของเซี่ยเวยทอดมองแพขนตาโค้งงอนและดกหนาของนาง ก่อนเคลื่อนไปยังหัวคิ้วที่ย่นเข้าหากันเล็กน้อย บังเกิดความสงสัยว่านางใช่กำลังฝันร้ายอะไรอยู่หรือไม่ ผ่านไปเนิ่นนานสุดท้ายก็เก็บม้วนตำราดนตรีที่กำลังจะฟาดลงบนศีรษะนางเล่มนั้นกลับคืน เมื่อมายืนอยู่ข้างกายดรุณีน้อยซึ่งกำลังจมดิ่งในห้วงนิทรา กลับไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีไปชั่วขณะ
ศิษย์ที่ตึงมือเยี่ยงนี้…
เพิ่งเคยสอนเป็นครั้งแรก
หากรู้เช่นนี้ตั้งแต่แรก ไยเขาต้องหาเรื่องใส่ตัวเจียงเสวี่ยหนิงจะเสียคนหรือไม่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยเล่า…
เขาลอบยิ้มอยู่ในใจ
แม้จะอดคิดไม่ได้ว่า แม่สาวน้อยคนนี้เมื่อคืนคงเล่นสนุกจนดึกดื่นไม่รู้จักพักผ่อน วันนี้ถึงได้ง่วงขนาดนี้ใช่หรือไม่ก็ตาม แต่ครั้นผ่านเรื่องที่เข้าใจผิดนางเรื่อง ‘เตือนสตรี’ คราวก่อนมาหนหนึ่ง เขาจึงไม่อยากตัดสินอะไรโดยง่ายอีกแล้ว
ยืนอยู่ข้างกายนางนาน สุดท้ายเซี่ยเวยก็ทนไม่ไหว ส่า