วยพลันหนักอึ้งขึ้นมาเล็กน้อย เขากลัวจะเผลอเกี่ยวสายจนขาด จึงยกมือขึ้นมาช้า ๆ
ทว่าใบหน้าก็ค่อย ๆ ไร้ความรู้สึกเช่นกัน
ภายในตำหนักข้างปราศจากไม้บรรทัดลงทัณฑ์ ทว่าบนโต๊ะยังมีตำราดนตรีที่ใช้สอนวันนี้วางอยู่ เขาหยิบตำราเล่มนั้นมาแล้วยืนขึ้น จับตำรามาม้วนในมือมุ่งไปหาเจียงเสวี่ยหนิง คิดจะปลุกนาง
เพียงแต่ขณะที่เขาเดินไปหยุดยืนข้างกายนางเงื้อตำราซึ่งถูกม้วนจนเป็นรูปทรงกระบอกเพื่อจะ‘เชิญ’ ให้นางตื่นนั่นเอง กลับชะงักโดยไม่ทราบสาเหตุ
ชุดชาววังอันมีลวดลายสลับซับซ้อน มองดูแล้วย่อมสูงค่าและงดงาม ทว่ายามสวมใส่กลับทำให้ดูทั้งหนาทั้งหนัก
ผิดกับเรือนกายของสาวน้อยซึ่งบอบบางนัก
แผ่นหลังของนางมักเหยียดตรงไม่ว่ายามยืนหรือยามนั่ง ยามนางชม้ายชายตาก็เปียมชีวิตชีวาทำให้ดูแล้วไม่ได้มีอันใดผิดแปลก แต่ยามนี้ขณะนางหนุนแขนทั้งสองข้างของตนเองฟุบโต๊ะพิณอันคับแคบ จึงต้องขดร่างให้เล็กลงเป็นธรรมดา
ชุดชาววังอันหรูหราตัวนี้พลันเหมือนชุดเกราะอันแข็งแกร่ง
แต่สิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายในนั้น…
เป็นเพียงเจ้าตัวน้อยผู้อ่อนแอคนหนึ่ง
ดรุณีน้อยน่าจะง่วงมาก ต่อให้ใต้ดวงตาโปะแปั้งหนึ่งชั้น แต่ก็มองเห็นรอยคล้ำจาง ๆ จากความอ่อนล้าได้บ้างอยู่ดี
ดวงตาปิดสนิท คิ้วบางเคลื่อนคล้อย
เพราะนางนอนฟุบทำให้ริมฝีปากเสียดสีกับแขนเสื้อ สีสดของชาดจึงจางลงเล็กน้อย มองดูคล้ายกลีบบุปผาโรยมากมาย ทั้งยังคล้ายลายเส้นพู่กันลากจดลงบนแผ่นกระดาษตามใจชอบหลายเส้น