งนางด้วยความแปลกใจเล็กน้อยผาดหนึ่ง หลังจากรายงานผ่านประตูแล้วก็เปิดให้นางเข้าไปเจียงเสวี่ยหนิงเข้าประตูมา
เช้านี้เซี่ยเวยไม่มีการบรรยายประจำวัน และไม่อยากทะเลาะเบาะแว้งกับตาแก่พวกนั้นที่สำนักมหาบัณฑิต เขาจึงมาจัดการเอกสารทางการตรงตำหนักข้าง ขณะนี้กำลังลุกขึ้นเพื่อปลด ‘เอ๋อเหมย’ ของตนลงมาจากผนัง ครั้นหันศีรษะกลับมาเห็นเจียงเสวี่ยหนิงก็จังงัง
เจียงเสวี่ยหนิงแสดงการคารวะแก่เขา“คารวะเซี่ยเซียนเซิง”
ทว่าสายตาของเซี่ยเวยกลับรั้งอยู่บนร่างนางเนิ่นนาน เขาสำรวจเสื้อผ้าอาภรณ์และการแต่งหน้าของนาง ก่อนจะค่อย ๆ ย่นหัวคิ้วและเอ่ยขึ้นมาว่า “ไม่สวย”
กล่าวจบก็อุ้มตะแคงเอ๋อเหมย เดินออกนอกประตูตำหนักไป
“…”
เจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่ที่เดิม รู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ
คนผู้นี้เป็นอะไรไปเนี่ย?
แม้นางจะไม่ชอบชุดนี้มากเช่นกัน แต่ครั้นเซี่ยเวยเอ่ยเรื่องนี้ออกมาจากปาก เหตุใดถึงไม่น่าฟังแบบนี้นะ? สตรีจะแต่งหน้าและมีเสื้อผ้าอาภรณ์เช่นไร บุรุษหน้าเหม็นดูตื้นลึกหนาบางอะไรไม่ออก แล้วยังจะมีหน้ามาค่อนขอดอีกหรือ
ยิ่งไปกว่านั้นนางจะ ไม่! สวย! ได้! อย่าง! ไร!
เรื่องที่ยามปกติคนแซ่เซี่ยเอาแต่ศึกษาพระคัมภีร์ตำราเต๋าและชาติก่อนไม่แตะต้องสตรีนั้นเกรงว่าคงเป็นเพราะไม่เป็นที่ชมชอบของสตรีเสียเองมากกว่ากระมัง! สมแล้วที่ไม่มีภรรยา!
——————–1. ซูปิง เป็นขนมพื้นเมือง ลักษณะคล้ายขนมเปียะ เนื้อแปั้งบางมีสีเหลืองทองกับขาวทับกันเป็นชั้น ๆ