ยื้องย่างมาใกล้ทีละก้าว ความสูงศักดิ์เย็นชาเช่นผู้ที่อาศัยในพระราชวังแห่งนี้แผ่ซ่าน
เซียวซูมองอยู่เนิ่นนาน ไม่อาจได้สติกลับคืนมา
ส่วนองค์หญิงใหญ่เล่อหยางอวดทุกคนด้วยความยินดีว่านี่คือผลลัพธ์ที่นางแต่งกายให้ตลอดเช้า
ครั้นทุกคนเห็นกิริยาท่าทีและรูปโฉมหลังผ่านการแต่งแต้มอย่างงดงามพิถีพิถันของเจียงเสวี่ยหนิงแล้ว นอกจากตื่นตะลึงก็อิจฉาอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้นเปลือกนอกกลับจำต้องชื่นชมสรรเสริญบังเกิดเป็นความรู้สึกอันแสนจะสลับซับซ้อน
ก่อนออกมาจากตำหนักหมิงเฟิง เจียงเสวี่ยหนิงส่องกระจกมาแล้ว นางรู้สึกว่าเมื่อสวมชุดชาววังอันงดงามหรูหรานี้บนร่าง ที่ควรน่าดูชมก็ย่อมน่าดูชม แต่เมื่อมองทะลุผ่านกระจกไป สิ่งที่มองเห็นหาใช่ตนเองไม่ กลับเป็นฮองเฮาในชาติก่อนผู้ไม่อาจรุกถอยตามใจชอบ ลุ่มหลงกับความวิจิตรตระการตา ประหนึ่งตกอยู่ในฝันร้าย
นางอยากเปลี่ยนชุด
แต่ด้วยใกล้จะถึงเวลาเรียน ไม่อาจเปลี่ยนได้ทันแล้ว ฉะนั้นจึงทำได้เพียงสวมชุดนี้มาตำหนักเฟิงเฉิน
นางนอนไม่หลับทั้งคืน ความคิดก็ฟุั้งซ่าน ทำให้เรียนวิชาแรกด้วยความใจลอย จวบจนจบคาบและเห็นว่าทุกคนตั้งพิณบนโต๊ะ นางถึงนึกได้ว่าคาบต่อไปเซี่ยเวยจะสอนพิณ
นางนวดหัวคิ้ว คราวนี้สติถึงคืนกลับ
เจียวอันคันนั้นยังอยู่ตำหนักข้าง เจียงเสวี่ยหนิงจึงออกจากตำหนักแล้วมุ่งไปยังตำหนักข้าง
คิดไม่ถึงว่าวันนี้เซี่ยเวยจะอยู่ที่ตำหนักข้างก่อนนานแล้ว
ขันทีน้อยซึ่งประจำตรงประตูตำหนักมอ