ภายในเรือนหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงส่วนลึกของตรอกซึ่งเฉียงออกจากถนนสายหลัก โจวอิ๋นจือลุกไปส่งเจียงเสวี่ยหนิงถึงนอกประตู “หากคุณหนูรองต้องการไปเยี่ยมโหยวฟางอิ๋นผู้นั้น คงต้องรอให้ค่ำสักหน่อย จะได้เลี่ยงหูตาผู้คนขอรับ”
เยาเหนียงตามอยู่ข้างหลังเขา ออกมาส่งเจียงเสวี่ยหนิงด้วยเช่นกัน
เจียงเสวี่ยหนิงตอบว่า “เช่นนั้นรอให้ค่ำหน่อย ข้าค่อยไป”
นางเดินออกจากประตูอันมีตะไคร่เกาะตรงซอกแล้วลงบันได แต่ต่อมากลับหยุดฝีเท้า หันศีรษะกลับมามองเยาเหนียงพร้อมกล่าวระคนยิ้ม“ขอบใจนะสำหรับน้ำชาที่ชงให้ข้าในวันนี้”
เยาเหนียงตื่นตระหนก
นางไม่รู้เลยว่าเหตุใดท่านผู้สูงส่งซึ่งมีพระคุณเป็นล้นพ้นต่อนายท่านของตนถึงมีท่าทีเกรงใจกันเช่นนี้ ทั้งที่ตนเป็นเพียงสาวใช้ของโจวอิ๋นจือเท่านั้น นางรีบเอ่ยว่า “ตอนท่านมาเยือนครั้งก่อนข้าไม่ได้ใช้น้ำชาชั้นดีต้อนรับ เยาเหนียงฝีมือหยาบกระด้าง เกรงว่าคุณหนูดื่มแล้วจะรับไม่ได้ท่านชอบก็ดีแล้วเจ้าค่ะ”
คราวนี้เจียงเสวี่ยหนิงถึงได้บอกลากลับจวน
*****
ขณะนี้ข่าวเรื่องโหยวเย่ว์กับโหยวฟางอิ๋นถูกองครักษ์เสื้อแพรจับกุมไปไต่สวนแพร่ถึงจวนชิงหย่วนปั๋อแล้ว
คราแรกทุกคนเพียงคิดว่าโหยวเย่ว์ออกไปเที่ยวเล่น ค่ำสักหน่อยเดี๋ยวก็กลับ
ไหนเลยจะคาดคิดว่าผ่านไปเนิ่นนานแล้วยังไม่เห็นตัวคน ถึงกับถูกจับกุมตัวไปเลยหรือนี่
ทั่วทั้งจวนโกลาหลในบัดดล ปั๋อฮูหยินได้ยินข่าวก็แทบจะเป็นลมล้มพับ ยังคงเป็นคุณหนูใหญ่โหยวซวงที่