คุมสติอยู่ เอ่ยถามบ่าวผู้มาแจ้งข่าวว่า“น้องหญิงทำผิดอันใด เหตุใดถึงถูกจับตัว?”
บ่าวผู้นั้นตอบ “ได้ยินว่าลงมือกับคุณหนูสามที่โรงน้ำชาขอรับ คุณหนูรองจากจวนท่านรองเสนาบดีเจียงก็อยู่ข้าง ๆ และเป็นผู้ไปแจ้งความคิดไม่ถึงว่าพอองครักษ์เสื้อแพรมาถึงก็จับกุมตัวไปทั้งสองคน บอกว่าไม่อาจซักถามในโรงน้ำชาภายในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ได้ ไม่สู้กลับไปไต่สวนที่ที่ว่าการจะดีกว่า”
คำพูดเหล่านี้ล้วนฟังผู้อื่นเล่ามาอีกที
ความจริงตอนนั้นโหยวฟางอิ๋นเป็นผู้ลงมือแต่พอทุกคนได้ยินว่าถูกจับกุมตัวไปทั้งคู่ ย่อมนึกว่าทั้งสองคนต่างฝั่ายต่างลงมือ ถ้อยคำที่บอกต่อกันมาจึงเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา
ปั๋อฮูหยินด่าทอทันที “นางสารเลวโหยวฟางอิ๋นผู้นี้ อยู่กับมันแล้วไม่เคยมีเรื่องดีเลยสักนิด!”
โหยวซวงกลับมีไหวพริบจับสังเกตถึงการมีอยู่ของ ‘คุณหนูรองเจียง’ ได้
ทว่าตนไม่ได้รับคัดเลือกเข้าวังเป็นพระสหายร่วมศึกษา เพียงเคยได้ยินบุญคุณความแค้นระหว่างน้องสาวของตนกับเจียงเสวี่ยหนิงมาเท่านั้น แต่ไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากสักเท่าไร แม้ค่อนข้างสงสัยว่าเรื่องนี้เจียงเสวี่ยหนิงจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ทว่าก็ไม่อาจผลีผลามตั้งข้อสรุป
โหยวซวงจึงเอ่ยว่า “น้องหญิงได้รับคัดเลือกให้เข้าวังเพื่อเป็นพระสหายร่วมศึกษาแล้ว ถือเป็นโอกาสอันหาได้ยาก เดิมทีกลับจวนมาคราวนี้ก็แค่การออกจากวังมาพักผ่อน นางย่อมไม่กล้าก่อเรื่องราวใหญ่โตเป็นอันขาด ไม่ว่าน้องหญิงจะเป็นผู้บริสุทธ