องมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ไร้ซึ่งหนทางอื่นเขาทำได้เพียงขบฟันกรอดสั่งการพ่อบ้าน “ไปไปนับเงินในคลังก่อน ส่วนคนอื่นไปเตรียมรถม้าทันที ข้าจะไปดูสถานการณ์ที่ที่ว่าการ!”
*****
ยามเจียงเสวี่ยหนิงกลับถึงจวนตระกูลเจียงตะวันก็คล้อยแล้ว
พอเข้าประตูมา หญิงรับใช้ก็บอกนางว่า“ยากเย็นนักกว่าท่านจะได้ออกจากวังกลับมาสักหน นายท่านกับฮูหยินแจ้งว่าเย็นนี้จะจัดโต๊ะรับประทานอาหารที่เรือนหลัก บ่าวยังห่วงอยู่เลยเจ้าค่ะว่าท่านจะกลับมาสายจนเลยเวลา ตอนนี้ดูแล้วประจวบเหมาะพอดีเชียว”
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินก็ชะงักเล็กน้อย “เข้าใจแล้ว”
ไม่ว่าภายในจะมีปฏิสัมพันธ์กันเช่นไร แต่เปลือกนอกยังเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่กลับมากินข้าวกันสักมื้อย่อมเป็นเรื่องสมควร
นางกลับเรือนของตนเพื่อจัดการอะไรต่อมิอะไรเล็กน้อย จากนั้นจึงไปที่เรือนหลัก
ยามนี้บนระเบียงทางเดินจุดโคมทั่วทุกแห่งหน
เจียงปั๋อโหยวกับเมิ่งซื่อนั่งอยู่ภายในห้องได้ครู่หนึ่งแล้ว
ส่วนเจียงเสวี่ยฮุ่ยนั่งอยู่ข้างกายเมิ่งซื่อ
บนโต๊ะตัวนั้นมีเทียบเชิญขลิบทองวางอยู่ฉบับหนึ่ง เจียงปั๋อโหยวกำลังก้มหน้าอ่าน หัวคิ้วขมวดมุ่น
เจียงเสวี่ยหนิงเข้ามาแล้วก็แสดงการคารวะ
เจียงปั๋อโหยวเรียกให้นางลุกขึ้น มองนางด้วยท่าทางอ้ำอึ้ง
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกได้ นางเคลื่อนสายตามองเทียบเชิญที่เขาถือ ตัวอักษรแข็งแกร่งทรงพลังด้านหน้าเทียบเชิญดูคุ้นหน่อย ๆ …ลายมือเยี่ยนหลิน
เจียงปั๋อโหยวรู้สึกว่านางก็ควรได้เ