ห็นเช่นกันเขาจึงยื่นเทียบเชิญพลางพูดว่า “เทียบเชิญส่งมาจากจวนหย่งอี้โหว เชิญให้ไปร่วมพิธีสวมกวานของซื่อจื่อน่ะ”
ขณะเจียงเสวี่ยหนิงพลิกเปิดเทียบเชิญ นิ้วมือก็สั่นระริกเล็กน้อย
นั่นเพราะเทียบเชิญฉบับนี้เยี่ยนหลินเขียนเองทุกถ้อยคำ แม้จะไม่ได้เอ่ยถึงนางสักนิดจนคล้ายเป็นถ้อยคำที่ปรากฏบนเทียบเชิญธรรมดาทั่วไป แต่ขอเพียงนางครุ่นคิดก็จะรู้ ในเมื่อจวนหย่งอี้โหวส่งเทียบเชิญออกมา แสดงว่าไม่มีทางมีแค่ฉบับเดียว และยิ่งไม่มีทางที่เยี่ยนหลินจะเป็นผู้เขียนด้วยมือตนเองทุกฉบับเทียบเชิญของนางนั้นพิเศษ
ต่อให้ตัดขาดความสัมพันธ์กับนางต่อหน้าธารกำนัลไปแล้ว แต่หนุ่มน้อยผู้นี้ก็ยังคงหวังดังเดิมว่านางจะอยู่เคียงข้างเพื่อเป็นประจักษ์พยานในช่วงเวลาที่เขาเข้าพิธีสวมกวาน
เจียงเสวี่ยหนิงค่อย ๆ ปิดเทียบเชิญ
ครั้นเจียงปั๋อโหยวถามว่า “จะไปตามเวลาหรือไม่?”
นางจึงตอบ “ไปเจ้าค่ะ”
เมื่อเมิ่งซื่อได้ฟังบทสนทนาของสองพ่อลูกแววตาก็อดผุดความกังวลหลายส่วนไม่ได้อยากจะบอกว่าจวนหย่งอี้โหวเกิดเรื่องแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าจากนี้จะเป็นเช่นไรบ้าง เกรงว่าตระกูลใหญ่ภายในเมืองหลวงส่วนใหญ่คงอยากหลีกลี้หนีหน้า ไหนเลยจะยังอยากไปเหมือนพวกเขา
บทที่ 77 กรรโชกทรัพย์ (2)แต่ครั้นเห็นเจียงปั๋อโหยวผงกศีรษะ นางก็ไม่สะดวกจะพูดอีก
นางเอ่ยว่า “นั่งลงกินข้าวกันก่อนเถอะ”
ฝีมือทำอาหารของแม่ครัวภายในจวนอยู่ในขั้นธรรมดา ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงก็ค่อนข้างเรื่องมากก