ิว่าท่านพ่อของเจ้าตายด้วยความอยุติธรรมถึงเพียงนั้น ตอนนั้นข้าเคยสอนเจ้าเอาไว้ว่าอย่างไร! เจ้ามันไม่เอาไหน ไม่ได้เรื่อง! คนที่สอบเจ้าหน้าที่มาจะมีตำแหน่งอะไรได้? ศาลจะเรียกตัวมาใช้งานก็ต่อเมื่อมีงานด่วน แต่หากไม่มีงานก็จะไม่จ้าง! ชาตินี้ได้แต่ต้องทำงานให้ผู้อื่น นี่เจ้าจะทำให้ข้าโมโหตายอย่างนั้นหรือ!”
ตอนนั้นจางเจอไม่หลบหลีก เขาคุกเข่าอยู่หน้าปั้ายวิญญาณของบิดา ปล่อยให้นางเฆี่ยนตีและด่าทอ
แผ่นหลังถูกเฆี่ยนจนมีแต่โลหิต
ครั้นถึงช่วงท้าย เจียงซื่อก็โยนหวายทิ้ง นางนั่งร่ำไห้ในห้องโถงด้วยแค้นใจที่ตนไม่เอาไหนเพราะเป็นเพียงสตรีนางหนึ่งซึ่งไร้ความสามารถจะไปหาเงินทอง นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าสาเหตุที่บุตรชายไม่สอบขุนนางแต่ไปสอบเป็นเจ้าหน้าที่แทน ก็เนื่องจากครอบครัวปราศจากทรัพย์สินเงินทอง เขาจึงไม่ต้องการให้นางลำบากเช่นนี้
แต่ยิ่งรู้ นางก็ยิ่งเป็นทุกข์
ต่อมาเมื่อจางเจอเข้าทำงานในศาลาว่าการและได้รับเบี้ยหวัดจากทางการเป็นต้นมา แม้ครอบครัวจะยังยากจนเหมือนเก่า แต่ความลำบากยากแค้นที่มีอยู่แต่เดิมก็ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
และสิ่งที่ยิ่งทำให้เจียงซื่อคิดไม่ถึงคือ…
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งปี ผู้ตรวจราชการมณฑลเหอหนานกู้ชุนฟางมาตรวจเยี่ยม ณ ศาลาว่าการจางเจอฟั้องร้องทวงความยุติธรรม สุดท้ายก็ทำให้ศาลาว่าการนำคดีเก่าของบิดาเขาขึ้นมาไต่สวนอีกครั้ง ในที่สุดความอยุติธรรมก็ได้รับการชำระหลังจากกาลเวลาล่วงเลยมาสิบกว่าปี