กู้ชุนฟางถูกใจจางเจอเพราะเหตุนี้ สองปีกว่าถัดจากนั้นจึงเสนอชื่อไปยังราชสำนักจนเขาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในกรมอาญา ทำให้หลุดพ้นจากสถานะเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษและกลายเป็น ‘ขุนนางในเมืองหลวง’
เรือนขนาดเล็กหลังนี้คือสถานที่ลงหลักปักฐานยามพวกเขาสองแม่ลูกมาถึงเมืองหลวงเป็นครั้งแรก
เดิมทีโกโรโกโสมาก
ทว่าเจียงซื่อก็ตั้งอกตั้งใจเก็บกวาด แม้ตัวเรือนจะยังคงทรุดโทรมจนเพิ่มข้าวของได้ไม่มากนัก แต่ก็ดูออกว่ามีสภาพความเป็นบ้านซึ่งมีมนุษย์อาศัยอยู่มากขึ้น
จางเจอวางห่อยาที่เพิ่งซื้อมาลงบนโต๊ะ ย่นหัวคิ้วโดยไม่ได้กล่าวอะไร เขาเดินไปหยิบผ้าขี้ริ้วในมือเจียงซื่อมาวางในอ่างไม้ แล้วยกอ่างไปด้านข้าง ก่อนจะเอ่ยว่า “เมื่อวานก็เช็ดไปแล้วรอบหนึ่ง ที่บ้านยามนี้ไม่ได้มีฝุั่นอะไร ท่านยิ่งสุขภาพไม่ดีอยู่ด้วย อย่าทำงานหนักอีกเลยนะขอรับ”
ระหว่างที่เขาพูดเช่นนี้ สีหน้าก็เย็นชาเช่นกัน
เจียงซื่อเห็นแล้วก็ส่ายหน้า “เจ้าชอบทำหน้าตาไม่เป็นมิตรเช่นนี้ ทั้งยังทำอะไรก็แข็งกระด้าง ไม่รู้จักทะนุถนอมผู้อื่นเลยสักนิด แล้ววันหน้าจะสู่ขอภรรยามาได้หรือ?”
จางเจอกดนางให้นั่งลง ไม่ได้กล่าวคำใด
เจียงซื่อกลับพร่ำบ่นขึ้นมาอีก “เพียงแต่ถอนหมั้นกับจวนตระกูลเหยาไปได้ก็ดีเหมือนกัน เดิมทีเป็นพวกเราปีนปั่ายขึ้นที่สูงอยู่แล้ว แต่อีกฝั่ายไม่เห็นจะต้องถึงกับใช้วิธีการชั้นต่ำมาทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้เลย ส่วนเจ้าที่มีนิสัยแข็งกระด้างจนสาดน