โจวอิ๋นจือแตะด้ามจับสีเงินขมุกขมัวเบา ๆ
เขามีเรือนกายสูงมาก ยามเดินเข้ามาจึงสร้างแรงกดดันให้ผู้อื่นอยู่หลายส่วน
ครั้นเขาช้อนนัยน์ตาอันประดุจพญาอินทรีขึ้นมากวาดมองโดยรอบก็เห็นเจียงเสวี่ยหนิงกำลังนั่งดื่มน้ำชาด้วยท่าทีสงบนิ่งสบายอารมณ์อยู่ภายในห้องโถงใหญ่ของโรงน้ำชา มีคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้หนึ่งนั่งทำหน้าบูดบึ้งอยู่ฝังตรงข้ามและข้างกายเจียงเสวี่ยหนิงยังมีแม่นางที่กำลังยืนก้มหน้าก้มตาอย่างเงียบงันอีกราย
ส่วนอีกสองคนทางด้านหลังเขาเองก็ไม่รู้จัก
องครักษ์เสื้อแพรซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา
เดิมทีเรื่องเล็กน้อยภายในเมืองหลวงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องให้ผู้คุมกองพันเช่นเขาออกหน้า แต่เนื่องด้วยผู้มายังที่ว่าการคือถังเอ๋อร์ซึ่งระบุว่าต้องการแจ้งความกับเขา โจวอิ๋นจือจึงรู้ว่าเจียงเสวี่ยหนิงต้องการให้ตนทำงานนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้เขาจึงเรียกตัวผู้ใต้บังคับบัญชามาหลายนาย ส่วนตนเองก็ติดตามมาด้วย
ผู้ใต้บังคับบัญชาที่นำอยู่หน้าสุดมีนามว่าเฝิงเฉิง รูปร่างห้าใหญ่สามหนา[2] ดวงตาทั้งสองข้างโตราวกับระฆังทองแดง ค่อนข้างน่ากลัว ทว่ายามนี้กลับกำลังมองเขาด้วยท่าทางลังเลเล็กน้อย
โจวอิ๋นจือผงกศีรษะเบา ๆ
เฝิงเฉิงรับทราบ ยืนตัวตรง เดินเข้าไปในห้องโถงพร้อมส่งเสียงตวาด “ผู้ใดแจ้งความ?”เจียงเสวี่ยหนิงปรายตามองโจวอิ๋นจือผาดหนึ่ง ก่อนจะเคลื่อนสายตามองเฝิงเฉิง ลุกขึ้นมากล่าวเสียงเรียบ “ข้าเป็นผู้แจ้งความเจ้