งของโหยวเย่ว์พอดิบพอดี นางจึงชี้ตำแหน่งนั้นให้เด็กรับใช้ประจำร้านที่เข้ามาต้อนรับ เอื้อนเอ่ยเผยความหยิ่งผยองเอาแต่ใจซึ่งสะกดกลั้นมาหลายวัน “ข้าต้องการนั่งด้านบนตรงนั้น”
ก่อนหน้านี้ตอนเด็กรับใช้ประจำร้านพินิจกิริยาท่าทางแล้วมองการแต่งกายของนางอีกหนจึงรู้ว่ามีฐานะ เขาพลันเค้นรอยยิ้มเต็มใบหน้าหมายจะลากนางเข้าไปต้อนรับขับสู้ด้านใน ผู้ใดเล่าจะคาดคิดว่าคุณหนูผู้นี้กลับกล่าววาจาน่าตื่นตระหนกออกมาใบหน้าของเขาแข็งค้าง
หนังตากระตุกขณะมองไปยังชั้นบน เขากลืนน้ำลายอึกหนึ่งแล้วตอบว่า “แต่ แต่ตรงนั้นมีคนอยู่แล้วนะขอรับ…”
เจียงเสวี่ยหนิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “ก็บอกให้นางไสหัวไปสิ”
เด็กรับใช้ประจำร้าน “…”
เห็นได้ชัดว่าแม่นางคนนี้มีความแค้นกับคนที่อยู่ด้านบน มาเพื่อหาเรื่องกันเลยนี่นา!
เด็กรับใช้ประจำร้านเหงื่อเย็นผุดซึมหน้าผากไม่รู้ควรจัดการเช่นไรดีไปชั่วขณะ
โรงน้ำชาแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตสักเท่าไร
จากชั้นบนจดชั้นล่างสูงไม่ถึงสองจั้ง ไม่ว่าด้านล่างพูดอะไรกัน ด้านบนก็จะได้ยินชัดเจน
โหยวเย่ว์ซึ่งอยู่ด้านบนและกำลังบ่นพึมพำว่าเหตุใดโหยวฟางอิ๋นยังไม่ออกมาอีกนะ ได้ยินเสียงคนกำลังสนทนากันด้านล่าง ทั้งยังได้ยินคนเอ่ยว่า ‘ให้นางไสหัวไป’ อีกด้วย ต้องรู้ก่อนว่าลูกค้าชั้นบนขณะนี้มีจำนวนไม่มาก มิหนำซ้ำฟังเสียงแล้วก็คุ้นหูนัก
นางย่นหัวคิ้วมองลงไปด้านล่าง
มองครานี้แทบทำเอานางแค้นใจจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน พลันผุดลุกพรวดจ