งของสตรีน่ะช่างมันเถอะ แต่นี่ยังตาบอดไม่ยอมเลือกผู้ที่อายุขัยยืนยาวอีก กาลก่อนผู้ใดอาศัยจวนหย่งอี้โหวถืออำนาจบาตรใหญ่รังแกผู้คนบัดนี้ตระกูลนั้นจะต้องโทษประหารกันหมดเยี่ยนหลินซื่อจื่อเป็นอันดับแรก แล้วไม่รู้นะว่าต่อไปจางเจอผู้นั้นจะเป็นเช่นไร!”
ในที่สุดแววตาของเจียงเสวี่ยหนิงก็เข้มขึ้นเล็กน้อย
นางค่อย ๆ หยักยกมุมปากพลางกวาดสายตาสำรวจรอบโรงน้ำชา
สุดท้ายก็กล่าวพึมพำคล้ายรำพันกับตนเอง“แปลกจริง เหตุใดโรงน้ำชาแห่งนี้ถึงไม่มีอ่างเลี้ยงปลาสักใบเลยนะ…”
อ่างเลี้ยงปลา!
ครั้นโหยวเย่ว์ได้ยินคำนี้ก็แทบขนลุกชันในบัดดล จำเหตุการณ์ที่หญิงวิปลาสตรงหน้าทำสีหน้าอำมหิตขณะจับศีรษะตนกดอ่างเลี้ยงปลาอย่างเอาเป็นเอาตายขึ้นมาได้ทันที!
ความรู้สึกว่ากำลังจะตกอยู่ในอันตรายพลันคืบคลานขึ้นมาบนร่าง!
นางเห็นเจียงเสวี่ยหนิงเบนสายตากลับมาจับบนร่างนางนิด ๆ ทั้งยังเอื้อมมือมาแตะบ่าอีกนางพลันกรีดร้องตกใจและปัดมือออก
สมัยอาศัยอยู่ที่บ้านพักในชนบท เจียงเสวี่ยหนิงคือนางมารน้อยที่ผู้ใดเห็นก็หวาดกลัว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่าครั้นกลับมาเกิดใหม่ก็เก็บสั่งสมความร้ายกาจอันไม่อาจระบายออก นางย่อมไม่เกรงกลัวโหยวเย่ว์ตัวเล็ก ๆ แม้แต่น้อยนางอยากทำให้โหยวเย่ว์บังเกิดความทรงจำที่‘ตราตรึง’ ต่อตนเองมากกว่านี้สักหน่อย
ทว่ายังไม่ทันลงมือ ก็ได้ยินถังเอ๋อร์ทางด้านหลังกระซิบว่า “แม่นางฟางอิ๋นมาแล้วเจ้าค่ะ!”
เจียงเสวี่ยหนิงหนังตากระตุก นึกถึงถ้อย