งชั้น ขนาดพื้นที่ไม่เล็กแต่การประดับประดาภายในธรรมดายิ่งนัก ถึงขั้นว่ามองดูแล้วออกจะเก่าแก่ทรุดโทรมเสียด้วยซ้ำ โต๊ะในห้องโถงจำนวนไม่น้อยมีรอยดาบเหลือทิ้งเอาไว้ ไม่รู้ว่าในอดีตเคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง
เลยยามอู่ไปแล้ว ลูกค้าตรงชั้นล่างมีไม่มากนัก
มีแค่พ่อค้าเล็ก ๆ กับคนเดินทางที่มาพักเท้าสั่งสุราพร้อมกับแกล้มนั่งกินตรงหัวมุมเพียงประปราย
ผู้ดูแลร้านยืนอยู่หลังโต๊ะเก็บเงินอย่างเบื่อหน่าย
ตอนโหยวฟางอิ๋นเดินเข้ามาเขาก็เหลือบมองผาดหนึ่ง หาวหวอดราวกับมองไม่เห็น จวบจนหนังตาจวนจะกระทบกันถึงรู้สึกตัวว่ามีลูกค้าเข้ามาแล้ว
เพียงแต่พอลืมตามองสำรวจโหยวฟางอิ๋นตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าก็รู้สึกงุนงงสงสัยหน่อยๆ
บัดนี้เมืองหลวงสถานการณ์ไม่สงบสุข การมีสตรีออกมาข้างนอกตามลำพังจึงพบเห็นได้ไม่มากนัก
เขายิ้มแย้ม เอ่ยถามด้วยความสงสัย “แม่นางมาหยุดพักรับประทานอาหารหรือว่าจะค้างแรมขอรับ?”
โหยวฟางอิ๋นปรายตามองบันไดด้านข้าง “มาหาคน”
รอยยิ้มบนใบหน้าผู้ดูแลร้านเจื่อนลง เริ่มมีสีหน้าแปลกประหลาด ถึงกับถามออกไปว่า“เป็นไปไม่ได้ มาหาคนอีกแล้ว? แม่นาง ท่านอย่าบอกข้านะว่าท่านก็มาหาคนแซ่เหรินชั้นบนด้วยเหมือนกัน?”
โหยวฟางอิ๋นตื่นเต้นยินดีเล็กน้อย “คุณชายเหรินอยู่หรือไม่?”
เดิมทีผู้ดูแลร้านพลิกเปิดสมุดบัญชี หยิบลูกคิดออกมา กำลังจะต้อนรับลูกค้าอยู่แล้ว ทว่ายามนี้กลอกตาค้อนปิดสมุดบัญชีทันที ชี้บันไดทางซ้ายมือโดยไม่แม้แต่จะเงยศ