ิหนำซ้ำถึงกับยินดีช่วยออกเงินด้วยซ้ำ ทว่ากลับไม่ได้เอ่ยปากเรื่องการออกเงินร่วมลงทุนแม้แต่น้อย เพียงบอกว่ารอให้ผ่านไปอีกสักหลายวันค่อยมาหาอีกรอบ
เหรินเหวยจื้อไม่รู้ว่าตนจะทนไปได้อีกนานเพียงใดเขาสวมเสื้อคลุมผ้าแพรตัวยาวสีน้ำเงินเข้มปลายแขนเสื้อมีรอยยับย่นเล็กน้อย บนใบหน้าขาวสะอาดประดับเนตรหงส์อันน่าพิศ ริมฝีปากไม่บางไม่หนา เป็นนรลักษณ์ของผู้ที่ไม่เคยตกระกำลำบากมาตั้งแต่เด็ก คิ้วตาแฝงความเชื่อมั่นในตนเองที่ไม่อาจปล่อยวางอยู่บ้าง
ยามนี้กลุ้มใจจนเดินย่ำไปมาภายในห้อง
ครั้นได้ยินเสียงเคาะประตูพร้อมเสียงไต่ถามแรกเริ่มเขาก็ตะลึงงัน จากนั้นถึงรีบไปเปิดประตูตอบไปว่า “อยู่”
เสียงเปิดประตูดัง ‘แอ๊ด’
เหรินเหวยจื้อมองผู้ที่ยืนอยู่นอกประตู พบว่าเป็นแม่นางสวมชุดรูปแบบสีสันเรียบง่ายนางหนึ่ง
เขามองไปทางด้านหลังนาง เมื่อมั่นใจว่าไม่เห็นผู้อื่นแล้วก็อดงุนงงสงสัยไม่ได้ “แม่นางมาหาข้าหรือ?”
โหยวฟางอิ๋นคิดไม่ถึงว่าเขาจะเปิดประตูเร็วเช่นนี้ มือที่เคาะประตูยังคงค้างอยู่กลางอากาศตอนนี้จึงปล่อยลงไปอย่างกระอักกระอ่วน “หากท่านคือคุณชายเหริน เช่นนั้นผู้ที่ข้ามาหาก็คือท่าน”
เหรินเหวยจื้อไม่รู้จักนาง เพียงเอ่ยว่า “แม่นางมีธุระอันใดหรือ?”โหยวฟางอิ๋นนึกถึงคำพูดที่สี่ว์เหวินอี้สอนตนช่วงที่ค้าเส้นไหมดิบว่าควรพูดสั้นกระชับได้ใจความ ห้ามอ้อมค้อมเด็ดขาด จึงเอ่ยด้วยถ้อยคำแสนสั้น “บ่อเกลือ นาเกลือ เครื่องขุดบ่อออกเงินร่วมล