อื่นแทน “หากมีข่าวคราวจากทางฝังของฟางอิ๋นก็คอยฟังต่อ ไปเตรียมรถม้ากันก่อน พวกเราไปที่โรงเตี๊ยมสู่เซียงกัน”
เหรินเหวยจื้อที่เล่าขานกันผู้นั้น เจียงเสวี่ยหนิงยังไม่เคยพบหน้าแม้ตอนนี้ยังไม่ได้คิดจะลงมือ แต่หากได้ลองพบหน้าเจ้าตัวดูก่อน อาจบังเกิดความมั่นใจเพิ่มขึ้นบ้างก็ได้
เพียงแต่นางไม่นึกเลยว่ารถม้าเพิ่งออกจากจวนไม่ถึงหนึ่งเค่อ ยังห่างจากโรงเตี๊ยมสู่เซียงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศประจิมของเมืองถึงสองช่วงถนนเหลียนเอ๋อร์ซึ่งกำลังแอบมองนอกตัวรถก็เบิกตาโพลง ดึงนางด้วยสีหน้าประหลาดใจพร้อมชี้ไปนอกตัวรถ “คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ! ท่านดูสิ บ่าวตาฝาดไปหรือไม่ นั่นไม่ใช่แม่นางฟางอิ๋นหรือเจ้าคะ?”
เจียงเสวี่ยหนิงไม่เชื่อ “อะไรนะ?”
นางรีบเข้าประชิดทันที เคลื่อนสายตามองตามนิ้วมือเหลียนเอ๋อร์ เยื้องไปด้านหน้าไม่ไกลนัก รถม้าคันหนึ่งกำลังเปลี่ยนทิศทาง บนกระดานไม้นอกจากจะมีสารถีผู้หนึ่งนั่งอยู่ ยังมีดรุณีดวงหน้าหมดจดอีกคนด้วย แม้จะซูบเซียวและอิดโรยลงไปมาก แต่รูปร่างหน้าตาเช่นนั้นหากไม่ใช่โหยวฟางอิ๋น ที่นางอยากจะพบอยู่เมื่อสักครู่แล้วยังจะเป็นผู้ใดได้อีกเล่า
เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งอึ้ง “นั่นคือรถม้าของจวนตระกูลโหยว?”
เหลียนเอ๋อร์ผงกศีรษะถี่ ๆ “ใช่เจ้าค่ะ เป็นรถม้าจวนตระกูลโหยว แปลกเกินไปแล้ว!”
ไม่รู้ว่าหมายถึงเรื่องที่โหยวฟางอิ๋นออกมาจากจวนได้เป็นเรื่องแปลก หรือการที่นางนั่งอยู่บนที่นั่งข้างสารถีกันแน่ที่แปลก
หรือจะท