ท คราแรกที่ได้เข้าเมืองหลวงก็รู้สึกว่าเมืองหลวงแสนจะเจริญรุ่งเรืองไปเสียทุกสิ่ง ช่างต่างจากการเดินเตร็ดเตร่ตามท้องร่องท้องนายิ่งนัก ทว่าครั้นประสบเหตุการณ์เหล่านี้จึงรู้สึกว่าเมืองหลวงเฟืองฟูก็จริง แต่ใช่จะมีอิสรเสรีเช่นบ้านนอกคอกนา ความคิดความอ่านของลูกไร้เดียงสา ขอท่านพ่ออย่าได้หัวเราะเยาะเลย ลูกคิดว่าหลังจากสิ้นสุดการเป็นพระสหายร่วมศึกษาแล้วจะออกจากเมืองหลวง กลับไปพักอยู่ที่บ้านพักในชนบทสักระยะเจ้าค่ะ”
เจียงปั๋อโหยวนิ่งงัน
เขารู้สึกว่าคำพูดของยายหนูหนิงน่าเหลือเชื่อชวนตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง อยู่เหนือความคาดหมายของเขามากทีเดียว แต่เมื่อลองพิจารณาต้นสายปลายเหตุที่นางอธิบายอย่างละเอียด ก็รู้สึกว่าหากคนผู้หนึ่งประสบเหตุการณ์เช่นนี้ อาจจะเกิดความคิดแบบนางขึ้นมาก็ได้
ความรู้สึกผิดในยามนี้จึงไม่อาจกล้ำกลืนยิ่งกว่าเดิม
เขาอ้าปาก ผ่านไปครู่หนึ่งถึงเอ่ยว่า “เป็นสาวเป็นนาง ยังไม่ได้แต่งงานแต่งการเสียด้วยซ้ำมาพูดเรื่องออกจากบ้านได้อย่างไรกัน? ถึงแม้เจ้ากับเยี่ยนหลินจะมีบุญแต่ไร้วาสนา แต่ไม่แน่ว่าภายภาคหน้าอาจได้พบคนที่ดีต่อเจ้าเช่นเยี่ยนหลินหรือกระทั่งอาจดีกว่าก็เป็นได้ ต่อให้อยากออกไปจากเมืองหลวง ถึงอย่างไรทางที่ดีที่สุดก็คือต้องฝากผีฝากไข้กับคนดี ๆ เจ้าวางใจเถอะข้ารู้ว่าเจ้าทุกข์ใจ เพียงแต่ท่านแม่ของเจ้านั้นนาง นาง เฮ้อ…”
เขานึกอยากอธิบายแทนเมิ่งซื่อสักหลายประโยค
แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปากแ