วยังจะพูดมากอีก นางตอบอย่างหัวเสียว่า “ก็ต้องไปโรงเตี๊ยมสู่เซียงน่ะสิ!”
ครั้นพูดจบก็นึกถึงโหยวฟางอิ๋น “ช่วงนี้นางสารเลวนั่นทำตัวว่าง่ายหรือไม่?”
หญิงรับใช้ตอบ “ให้กินข้าวแค่วันละมื้อ ทำตัวว่าง่ายมากเลยเจ้าค่ะ”
โหยวเย่ว์กลอกตา เริ่มขบคิด “ข้าเป็นถึงคุณหนูตระกูลใหญ่ แล้วจะไปเผยโฉมเช่นคนชั้นต่ำพวกนั้นได้อย่างไร? ดูท่านางสารเลวนั่นคงเคยแอบแล่นไปขลุกตามท้องถนนถึงได้รู้เรื่องพวกนี้เจ้าจงไปพาตัวนางสารเลวคนนั้นมา เปลี่ยนชุดให้สะอาดสะอ้านหน่อยแล้วให้นางออกไปข้างนอกพร้อมพวกเรา”
หญิงรับใช้หลากใจยิ่งนัก
นางไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าคุณหนูของตนต้องการทำสิ่งใด อยากจะไต่ถามสักหลายประโยคแต่ก็กลัวถูกลงโทษ ฉะนั้นจึงทำได้เพียงไปหิ้วตัวคนมาจากห้องเก็บฟืนด้วยความสงสัยเต็มทน
*****สภาพอากาศยามย่างเข้าเหมันต์เริ่มหนาวเย็น ห้องเก็บฟืนมืดครึ้มเย็นเยียบมีลมโกรกโหยวฟางอิ๋นได้รับเพียงผ้านวมผืนเดียว
นางนั่งกอดเข่าขดตัวอยู่ตรงมุมกำแพง
ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าสกปรก และเนื่องจากทั้งหิวทั้งหนาวเหน็บอยู่เสมอ ยามราตรีจึงมักจะนอนไม่ค่อยหลับ ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ส่วนใต้ตาก็ยิ่งดำคล้ำ ร่างดูอิดโรยทรุดโทรมกว่าสิบวันก่อนไม่รู้ตั้งเท่าไร
นางเงยศีรษะในตอนที่หญิงรับใช้เดินเข้ามาจากภายนอก เวลามองคนยังเห็นเป็นภาพซ้อน
จวบจนได้ยินเสียง นางถึงได้สติ
ยามเอ่ยปากลำคอแห้งผาก สุ้มเสียงแหบพร่า“พี่หญิงรองจะปล่อยข้าออก