พฤติกรรมและคำพูดชั่วร้ายเช่นนี้ของโหยวเย่ว์ ความอดทนของนางนับว่าน่าทึ่งยิ่งนัก
นางรับคำด้วยอาการละล้าละลัง “เจ้าค่ะ”
จากนั้นจึงปีนขึ้นที่นั่งด้านนอกของรถม้าอย่างว่าง่าย เกาะแน่นด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อยสารถีปรายตามองอย่างเห็นใจพร้อมหวดแส้ใส่ม้ารถม้าจึงเคลื่อนออกจากจวนตระกูลโหยว มุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมสู่เซียง
*****
เจียงเสวี่ยหนิงได้ฟังรายงานจากถังเอ๋อร์กับเหลียนเอ๋อร์ก็รู้สึกหัวสมองพองโต
โหยวฟางอิ๋นย่อมเชื่อฟัง ย่อมน่าสงสาร และย่อมยอมตั้งหน้าตั้งตาเพียรพยายามอยู่แล้ว ทว่าการจะกระทำตามใจชอบในเรือนหลังนั้นเป็นเรื่องยากลำบากนัก แม้แต่อิสรภาพจะได้ออกจากจวนยังไม่มี มิหนำซ้ำยังถูกโหยวเย่ว์ควบคุมทุกวี่วัน ไร้กำลังจะต่อต้าน ช่างน่ากังวลเสียจริง
เจียงเสวี่ยหนิงรับประทานอาหารกลางวันไปพลางถอนหายใจไปพลาง
ถังเอ๋อร์คอยปลอบใจนางอยู่เรื่อย ๆ “แม่นางโหยวได้ท่านออกโรงให้ความช่วยเหลือก็ถือเป็นบุญที่หาได้ยากแล้ว สตรีในใต้หล้านี้แต่ละคนยามอยู่บ้านต้องเชื่อฟังบุพการี นางไม่อาจหลุดพ้นจากสถานการณ์เช่นนี้ภายในช่วงระยะเวลาอันสั้นได้อยู่ดีเจ้าค่ะ ท่านกินข้าวก็กินข้าวไปเถิดอย่าถอนหายใจอีกเลย ได้ยินแล้วพวกบ่าวก็พลอยกลุ้มใจไปด้วยนะเจ้าคะ”
เหลียนเอ๋อร์หน้าตาอมทุกข์เช่นกัน “นั่นสิเจ้าคะ ถึงอย่างไรก็คิดวิธีช่วยเหลือไม่ได้อยู่ดี”
เจียงเสวี่ยหนิงวางตะเกียบ เลือกไม่กินต่อแล้ว เพียงเอ่ยว่า “ใครบอกว่าไร้วิธีช่วยกัน? แค่