พันด้วยก็นับว่าโชคดีเป็นล้นพ้นแล้ว แม้จะทำใจร้ายไปเหยียบย่ำซ้ำเติมไม่ลง แต่หากให้ความช่วยเหลือ เกรงว่าจะชักนำภัยมาสู่ตัวเช่นกัน…”
ความหมายคือต้องการบอกว่าเรื่องมงคลของนางกับเยี่ยนหลินจะไม่เกิดขึ้นแล้วนั่นเอง
เจียงปั๋อโหยวคงรู้สึกว่านางกับเยี่ยนหลินมีใจให้กันอย่างลึกซึ้ง หากไม่บอกเรื่องนี้ให้ทราบตั้งแต่เนิ่น ๆ เกรงว่าพอนางรู้กะทันหันก็อาจกระทำเรื่องน่าตื่นตระหนกและเสียสติเอาได้
ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงได้ยินแล้วกลับสงบเยือกเย็นยิ่งนัก
ก็เป็นเรื่องที่นางคาดเดาได้อยู่แล้วนี่นา
มิหนำซ้ำตั้งแต่วันแรกที่ย้อนเวลากลับมานางครุ่นคิดไว้แล้วว่าจะเผชิญหน้าเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นไร บัดนี้ในที่สุดมันก็มาถึง แต่นางกลับด้านชาอย่างน่าประหลาด สภาพจิตใจกระจ่างใสดุจผืนทะเลสาบ ปราศจากความร้อนรนกระวนกระวายที่เคยมีในอดีต
ห้องอักษรเงียบสงัด
เจียงปั๋อโหยวเพียงมองนางด้วยสายตากลัดกลุ้ม
เจียงเสวี่ยหนิงนั่งนิ่งอยู่นาน ก่อนจะลุกขึ้นอย่างแช่มช้าและคารวะเจียงปั๋อโหยวอีกครา“ยามนี้จวนหย่งอี้โหวกำลังจะเผชิญเคราะห์ร้ายลูกทราบว่าท่านพ่อไม่อาจทำให้กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากไหลทวนกลับ แต่จวนโหวมีบุญคุณต่อจวนตระกูลเจียง เยี่ยนหลินมีบุญคุณต่อลูก วันนี้เสวี่ยหนิงบังอาจขอร้องเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ”เจียงปั๋อโหยวไม่เคยเห็นนางจริงจังเช่นนี้มาก่อน จึงอดนิ่งอึ้งไปไม่ได้
เจียงเสวี่ยหนิงบอกกล่าวความคิดตนอย่างสุขุม “ที่ผ่านมาเยี่ยนซื่อจื่อเคยมอบของ