ีคุณธรรมของขุนนาง ยืดอกออกไปด้วยความกล้าหาญ’ อะไรนั่นเพียงพูดให้ชาวบ้านฟังก็เท่านั้นจะดีจะชั่วอย่างไรเขาก็คลุกคลีอยู่ในวงราชการมานานหลายปี ไม่เชื่อถ้อยคำเต็มไปด้วยเหตุผลสวยหรูพวกนี้จริง ๆ
เจียงเสวี่ยหนิงนึกถึงเบาะแสต่าง ๆ ที่มีในชาติก่อน
ที่แท้พวกเขาก็ส่งสารติดต่อกับกลุ่มกบฏผิงหนานอ๋อง เจตนาคือตามหา ‘ติ้งเฟยซื่อจื่อ’ ซึ่งอาจไม่ได้อยู่บนโลกนี้ตั้งนานแล้วผู้นั้น…
นางสับสนทำอะไรไม่ถูก “แสดงว่าไม่มีทางแก้ไขคราเคราะห์ของจวนหย่งอี้โหวได้เลยหรือเจ้าคะ?”
เจียงปั๋อโหยวรู้ว่านางกับเยี่ยนหลินนับว่าเป็นสหายที่คบหากันมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย ยามนี้ภายในใจของนางต้องเป็นทุกข์แน่ แต่เมื่อเทียบกับตระกูลใหญ่ซึ่งเพียงขยี้เท้าก็สั่นคลอนทั้งราชสำนักได้ ครอบครัวของพวกตนก็ไม่มีน้ำหนักความสำคัญอะไรเลย
เขาเงียบอยู่นาน จากนั้นจึงกล่าวด้วยความรู้สึกผิด “เป็นเพราะข้าไร้ความสามารถหลายเดือนก่อนท่านโหวเคยเอ่ยถาม ทั้งยังเคยพูดถึงเรื่องงานมงคลของเจ้ากับเยี่ยนหลินอีกด้วยบอกว่ารอให้เจ้าหนุ่มนั่นทำพิธีสวมกวานแล้วจะเริ่มเตรียมการ แม้ยามปกติท่านโหวน้อยจะชอบปีนกำแพงจวนเราทำให้ข้าต้องดุด่าอยู่บ่อยครั้งแต่ข้าเองก็ชื่นชมจิตใจของคนหนุ่มเช่นเขา มีความสามารถทั้งเชิงอักษรและเชิงยุทธ์ ต่างจากพวกลูกหลานตระกูลใหญ่ไร้แก่นสารภายในเมืองหลวง ข้าพอใจในตัวเขามาก ทว่าน่าเสียดายที่ชะตาเล่นตลกกับมนุษย์ จวนตระกูลเจียงของเราไม่ถูกดึงเข้าไปพัว