นอาหารให้มันบ้างสักครั้ง
*****
จวนหย่งอี้โหวซึ่งมีผู้คนไปมาหาสู่คลาคล่ำในกาลก่อน บัดนี้ถูกทหารโอบล้อมแน่นหนา แม้นกกระจอกยังไม่กล้ารั้งอยู่บนขั้นบันไดเลยสักตัว
นิวาสสถานอันยิ่งใหญ่อลังการเต็มไปด้วยความอ้างว้างและหดหู่
ความรุ่งโรจน์ที่มีมาช้านานประดุจความฝันตื่นหนึ่ง ทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงภยันตรายที่กำลังย่างกรายมาถึงตัว ไม่รู้ว่าดาบสังหารที่กำลังเงื้อขึ้นสูงนั้นจะบั่นคอเมื่อใด
ท่านโหวเยี่ยนมู่นอนอยู่บนเตียงไม้ ใบหน้าขาวซีดเล็กน้อย ยังคงไอไม่หยุด
เยี่ยนหลินยกชามยามานั่งหน้าเตียง ยิ้มเอ่ยกับเขาว่า “หลายวันก่อนตอนฝนตก บอกให้ท่านอย่าดื่มสุราท่านก็ไม่ฟัง ซ้ำยังต้องลากข้ามาดื่มด้วย ตอนนี้ลมเย็นคุกคาม ทั้งยังปวดศีรษะอีกทราบว่าตนทำผิดไปแล้วสินะขอรับ?”
เยี่ยนมู่กล่าวด้วยความรังเกียจ “ยานี้มันขม”
ชิงเฟิงซึ่งเป็นผู้คอยปรนนิบัติรับใช้เยี่ยนหลินเพิ่งก้าวเข้ามา เขาช้อนตามองถามเสียงเบา“ท่านโหว ซื่อจื่อขอรับ หลิงอวิ้นเซวียนมาส่งเทียบเชิญที่สั่งทำไปเมื่อเดือนที่แล้วสำหรับพิธีสวมกวานของซื่อจื่อ พ่อบ้านกำลังตรวจสอบร่วมกับทหารพวกนั้นอยู่ตรงหน้าประตูและส่งข้าน้อยมาถามเป็นการเฉพาะ เทียบเชิญเหล่านี้…ยังจะส่งไปอีกหรือไม่ขอรับ?”
เยี่ยนมู่ชายตามองเยี่ยนหลินคราหนึ่ง
มือของเยี่ยนหลินที่กำลังใช้ช้อนไม้คนยาในชามชะงักไปชั่วขณะ เขาไม่เหลือบสายตาขึ้นมาแม้แต่น้อย เพียงตอบว่า “ต้องสิ ยังต้องส่ง ไฉนจึงจะไม่ส่งกันเล่า?”