ลัวการราดน้ำมันลงบนกองเพลิงอยู่แล้ว
โหยวเย่ว์ปั้องปากยิ้มกล่าว “บุญคุณช่วยชีวิตทั้งยังให้ความช่วยเหลือในยามยาก ก็ต้องพูดจาให้มากหน่อยอยู่แล้ว เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจางเจอที่ผู้คนเล่าขานกันแม้จะดูท่าทางเย็นชาไปสักหน่อย ทว่ากลับเป็นผู้มีความสามารถ เป็นวิญูชนอย่างแท้จริง พี่หญิงเหยาซีช่างโชคดีเหลือเกิน”
ต่อให้รู้ว่าโหยวเย่ว์เป็นพวกชอบพัดโหมกระพือ คอยยุแยงตะแคงรั่วไปเสียทุกเรื่อง อีกทั้งตนยังเคยถูกเซียวซูและเฉินซูอี๋บอกกล่าวย้ำเตือนว่าคนผู้นี้เชื่อถือไม่ได้ แม้นไม่อาจตีตัวออกหาก ก็อย่าเชื่อคำอีกฝั่ายและห้ามคบหาสนิทสนมกันเด็ดขาด แต่ใครเล่าเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้แล้วจะยังสงบจิตใจได้อีก
จางเจอเป็นสามีในอนาคตของนางเชียวนะ
เดินผ่านสวนแตงอย่าก้มใส่รองเท้า เดินผ่านใต้ต้นไหนอย่ายกมือจัดหมวก[1]ไม่ว่าอย่างไรเจียงเสวี่ยหนิงก็ควรหลีกเลี่ยงสิถึงจะถูกท้ายที่สุดแล้วอีกฝั่ายก็เติบใหญ่มาจากบ้านนอกคอกนา เป็นเด็กสาวบ้านปั่าไร้การอบรมอยู่ดี
เหยาซีวางกระแทกถ้วยชาในมืออย่างแรง
เฉินซูอี๋รู้ดีว่าโหยวเย่ว์เป็นคนประเภทใด แต่ศัตรูของศัตรูย่อมเป็นมิตรสหาย นางจึงกล่าวสมทบอย่างหาได้ยากยิ่ง “นั่นสิ น้องหญิงเหยาซีมีบุญ ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงก็ถึงคราวเคราะห์ แม้คราวนี้จะรอดพ้นคราวเคราะห์ไปได้ ทว่ากลับผิดใจกับไทเฮาอย่างใหญ่หลวงแล้ว ขณะนี้ทุกคนต่างกำลังจับตาดู ไทเฮาอาจไม่ทรงทำอะไรนางแต่หลังจากนี้นางยังต้องอยู่ในวัง ถึงแม้จะ