กไม่ถูกค่อย ๆ หยัดหลังตรง ราวกับผู้ที่กระโดดมาอยู่ตรงหน้าคนอื่นเมื่อครู่ไม่ใช่นางอย่างไรอย่างนั้นนางค้อมกายด้วยความเคารพนบนอบ แสดงการคารวะต่อเซี่ยเวย “คารวะเซี่ยเซียนเซิง”เซี่ยเวยมองนางอย่างสงบนิ่ง “ดีใจขนาดนี้เชียวหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงขนหัวลุกชัน
เซี่ยเวยเพียงรับโคมไฟมาจากขันทีน้อยข้างกาย โบกมือสั่งให้เขาถอยจากไป ก่อนเอ่ยว่า“หากข้าเป็นเจ้า แล้วเพิ่งจะถูกคนใส่ร้ายและโชคดีรอดชีวิตมาได้เช่นนี้ คงไม่มีทางยิ้มออกแน่”
มาสั่งสอนนางอีกแล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงฟังน้ำเสียงของเขาออกว่ากำลังอารมณ์ไม่ค่อยดี นางจึงคิดว่าความสุขที่ตนได้รับภายในวังหลวงเดิมก็มีอยู่เพียงน้อยนิด คนผู้นี้ไม่คิดจะอนุญาตให้คนอื่นเขาได้ดีใจบ้างหรืออย่างไร พานตั้งใจจะถามตอกกลับสักสองประโยค แต่ก็คิดได้ว่าเดิมทีตนก็ตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก หากผิดใจกับเขาขึ้นมาอีก คราวนี้คงขยับตัวลำบากแล้วจริง ๆ
ดังนั้นจึงหลุบตาไม่ส่งเสียง
เซี่ยเวยถือโคมไฟดวงนั้นพร้อมก้าวนำไปข้างหน้า “วันนี้ที่ตำหนักฉือหนิงเป็นเช่นไรบ้าง ดูออกหรือไม่ว่าผู้ใดต้องการทำร้ายเจ้า?”
เจียงเสวี่ยหนิงอึ้งเล็กน้อย
เซี่ยเวยผินหน้ามา เห็นว่านางยังคงยืนทึ่มทื่ออยู่ที่เดิม หัวคิ้วก็ยับย่นยิ่งขึ้น “เจ้าไม่รู้จักเดินตามมาหรืออย่างไร?”
เจียงเสวี่ยหนิง “แต่ข้าไม่ได้เดินไปทางนี้นะเจ้าคะ”
เซี่ยเวย “เรือนหยางจื่ออยู่ทางเดียวกับเส้นทางที่จะออกจากวัง เจ้าจะไปหรือไม่ไป?”
เจียงเสวี่ยหนิงห