ดคอ ในที่สุดก็รู้สึกตัว ‘นี่คือเซี่ยเวยเชียวนะ คนเขาถือโคมไฟเดินนำอยู่ข้างหน้า บอกให้เจ้าตาม เจ้าก็ตามไปสิ ไม่เชื่อฟังเช่นนี้คิดจะรนหาที่ตายหรืออย่างไร?’
นางก้มหน้าก้มตาตามไป
ด้วยเหตุนี้เซี่ยเวยถึงหายใจสะดวกขึ้นมาอีกหลายส่วน เดินไปพลางกล่าวไปพลาง “พอมีเบาะแสหรือไม่?”
สุดท้ายความปีติยินดีที่เกิดขึ้นตอนเจียงเสวี่ยหนิงได้พบจางเจอก็ถูกคนผู้นี้เหยียบย่ำจนเกือบหมด เมื่อจิตใจสงบเยือกเย็นลงก็ค่อย ๆ รู้สึกว่าไอเย็นของราตรียามต้นฤดูเหมันต์ชำแรกเข้าสู่กายคนได้
ครั้นหวนนึกถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตำหนักฉือหนิง นางก็นิ่งเงียบไปพักหนึ่ง
ก่อนจะกล่าวอย่างเนิบนาบ “สืบได้แล้วเจ้าค่ะ เป็นนางกำนัลน้อยผู้หนึ่งเล่นตุกติก แต่ไทเฮาตรัสว่าดึกเกินไป มาทุบตีเข่นฆ่าหน้าประตูวังมันไม่ค่อยดี ฝั่าบาทจึงมีรับสั่งให้นำตัวไปไต่สวนที่กรมราชทัณฑ์หลวง ไม่รู้ว่าจะได้ผลลัพธ์อะไรหรือไม่เจ้าค่ะ”
เซี่ยเวยหลุบตา นัยน์ตาเย็นชาลุ่มลึก เอ่ยถามอีกว่า “เจ้าไม่สงสัยผู้ใดบ้างหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิง “กำลังคิดอยู่เจ้าค่ะ”
เซี่ยเวยคาดไม่ถึงว่าช่วงนี้จะมีเรื่องวุ่นวายมากถึงปานนี้ ตัวเขาไม่เพียงต้องจัดการเรื่องราวสารพัดอย่างนอกวัง ทางด้านคนในวังผู้นี้ก็ไม่มีความสามารถจะปกปั้องตัวเองอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งกดดัน “คิดดูให้ดี”
เจียงเสวี่ยหนิงจึงตอบว่า “มีผู้ต้องสงสัย แต่กลับปราศจากหลักฐานที่แน่นหนาเจ้าค่ะ”
เซี่ยเวย “ใช่ว่าทุกสิ่งต้องมีหลักฐาน”
เ