จียงเสวี่ยหนิงตรองดูแล้วก็รู้สึกเห็นด้วย“การใส่ใจรายละเอียดมากเกินไป ก็อาจจะทำให้บางครั้งมองข้ามความสำคัญของภาพรวม หากเทียบระหว่างผู้ที่ยืนอยู่ตรงตีนเขากับผู้ที่ยืนอยู่บนยอดเขาแล้วย่อมเป็นฝั่ายหลังที่มองเห็นภาพรวมทั้งหมดเจ้าค่ะ”
เซี่ยเวย “คำพูดนี้ตรงกับสิ่งที่ข้าคิด”
เจียงเสวี่ยหนิงคิดในใจ ‘แน่นอนอยู่แล้ว’
ต้องรู้ว่าชาติก่อนนางบังเอิญได้ยินขณะที่เซี่ยเวยพูดกับขุนนางสำนักมหาบัณฑิตคนอื่นภายนอกตำหนักหลักของพระราชนิเวศน์ ความทรงจำตราตรึงยิ่งนัก จดจำมาอย่างยาวนาน
สิ่งที่เขาพูดออกมาด้วยตัวเอง ไหนเลยจะไม่ตรงกับที่เขาคิด
ทว่าเมื่อเจียงเสวี่ยหนิงนึกถึงการคาดคะเนของตนก็อดทำหน้าถมึงทึงไม่ได้ กล่าวช้า ๆ ว่า“แม้ข้าจะรู้สึกว่านางไม่ควรใช้วิธีต่ำช้าไม่แยบยลดังอุบายในวันนี้ก็ตามที แต่ก็อาจเพราะข้ามัวแต่ปักใจเชื่อเช่นนั้นและเพราะมันไม่สอดคล้องกับอุปนิสัยของนางเลย นางถึงได้ยิ่งวางแผนตามที่ว่า จนถึงบัดนี้ข้าก็ยังคิดอยู่ว่านางไม่น่าโฉดเขลาปานนั้น แต่ครั้นมองจากภาพรวม ไม่ว่าจะท่าทีอันคลุมเครือของไทเฮา ทั้งความสามารถที่จะซื้อตัวนางกำนัล ทั้งรู้ถ้อยความของพวกกบฏครบถ้วนทั้งสี่ประโยค รวมถึงเตรียมการได้ล่วงหน้าอีก นี่มิใช่สิ่งที่จะทำได้หลังจากรู้ว่าวังเฉวียนจะไปตรวจค้นวังหลวงแน่ ย่อมหมายความว่านางรู้ล่วงหน้านานแล้ว วันนี้จึงกระทำการได้อย่างสงบเยือกเย็น”
เซี่ยเวยจึงถามว่า “เช่นนั้นเจ้าจะทำเช่นไร?”
แม้เขาจะลอ