บปกปั้องนางอย่างลับ ๆ ได้ดั่งวันนี้ แต่เขาไม่อาจอยู่ด้วยตลอดเวลา หากหนิงรองไร้ความสามารถจะปกปั้องตนเอง เช่นนั้นก็เปรียบเสมือนนกกระจอกซึ่งถูกขังอยู่ในกรง ย่อมไม่ดีแน่
ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าการที่คืนนี้เซี่ยเวยถามไถ่อย่างต่อเนื่องหลายประโยคนั้นแฝงเจตนาต้องการจะทดสอบนางอยู่เล็กน้อย ทว่านางไม่สะดวกจะคิดให้มากความนักทำได้เพียงตอบกลับไปว่า “ข้าไม่เคยทำผิดต่อผู้ใด ดังนั้นไม่ว่าผู้ใดคิดจะทำร้ายข้าล้วนถือเป็นคนที่เห็นข้าได้ดีไม่ได้ทั้งสิ้น เช่นนั้นข้าก็จะดีให้มากกว่าเดิม ทำให้นางเห็นข้าแล้วเป็นทุกข์มิหนำซ้ำใช่ว่าจะไม่มีวิธีกำราบนางเสียหน่อยหากไม่เอาคืนเสียบ้างนางอาจคิดว่าสามารถกลั่นแกล้งรังแกข้าได้โดยง่าย วันนี้ในเมื่อนางกล้าทำให้ข้าไม่สบอารมณ์ วันหน้าข้าก็ต้องทำให้นางนั่งอยู่ไม่เป็นสุข กินไม่อิ่มนอนไม่หลับถึงจะถูกสิเจ้าคะ”
ถ้อยคำนี้กล่าวด้วยท่าทีอันหนักแน่น
ราวกับมีแผนการอยู่ในใจแล้ว
เซี่ยเวยอดเคลื่อนสายตากลับมามองนางไม่ได้
ประกายแสงหรุบหรู่จากโคมไฟในมือทอจับใบหน้านาง ขับให้ดวงพักตร์อันเลอลักษณ์ยิ่งทรงเสน่ห์เป็นล้นพ้น เพียงแต่นางกลับหลุบตา ริมฝีปากเหยียดเป็นเส้นตรง กอปรด้วยความเฉยชาที่ยากจะบรรยายชนิดหนึ่ง ยามนี้เขาถึงบังเกิดความตื่นตระหนก พบว่าความยินดีปรีดาเมื่อสักครู่ของนางปลาสนาการไปสิ้น กระทั่งว่ายังปราศจากความสดใสและรอยยิ้มแฝงความเอียงอายเล็กน้อยนั้นอีกด้วย
เขา