สติ ครั้นรู้ตัวว่าเมื่อครู่ตนจ้องจางเจอนานเท่าใดก็ใบหน้าแดงซ่าน ก้มหน้าด้วยความกระดากอายหน่อย ๆ
ส่วนเซียวไทเฮาซึ่งประทับอยู่บนเบื้องสูงกลับย่นหัวคิ้ว รู้สึกว่านามจางเจอนี้ฟังคุ้นหูอยู่บ้าง แต่กลับนึกไม่ออกไปชั่วขณะว่าได้ยินมาจากที่ใดเพียงเคลื่อนตามองเฉินอิ๋งด้วยความฉงน “ข้าเรียกตัวเจ้ามาคนเดียวไม่ใช่หรือ?”
เฉินอิ๋งเป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ แต่กระนั้นกลับมีบุคลิกสบาย ๆ ไม่ยี่หระดวงตาเขาวาบประกายเล็กน้อย กล่าวด้วยความเคารพนบนอบว่า “ทูลไทเฮา ใต้เท้าจางผู้นี้นามจางเจอ เพิ่งจะถูกโยกย้ายมายังกรมอาญาเมื่อไม่นานมานี้ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเดือนก็สะสางคดีที่สั่งสมมานานกว่าครึ่งปีไปได้ ถือเป็นมือฉมังผู้หนึ่ง วันนี้ขณะมีผู้มาถ่ายทอดพระราชเสาวนีย์ของพระองค์จากวังหลวง ใต้เท้าจางยังไม่กลับพอดี กระหม่อมไม่ทราบว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในวังเป็นเรื่องตึงมือหรือไม่ จึงเชิญให้ใต้เท้าจางร่วมเดินทางมาด้วย มีเขาและกระหม่อมร่วมกันสืบสวน จะได้ถวายงานช่วยคลายพระกังวลให้ไทเฮาได้ดียิ่งขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”
พอเขากล่าวเช่นนี้ เซียวไทเฮาก็แจ่มแจ้ง“สรุปแล้วก็คือผู้มีความสามารถในการสืบคดีเช่นนี้ก็จงทำตามที่เจ้าว่า ช่วงหลายวันมานี้เกิดถ้อยคำกบฏปรากฏบนหยกหรูอี้ ข้าและฮ่องเต้ได้ออกคำสั่งให้ตรวจค้นภายในวังหลวงอย่างละเอียด ยามนี้ถึงเพิ่งจะรู้ว่ามีสิ่งสกปรกโสโครกซุกซ่อนอยู่ในวัง ไม่รู้ว่ามีหูตาของพวกคนชั่วช้าแอบแฝงเข้ามาเท่าไร เจ้