อบซ่อนไว้มาเปิดเผยอย่างโจ่งแจ้ง
เหตุการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปอีกหลายวัน
เจียงเสวี่ยหนิงพบว่าถึงแม้ตนจะถูกคนอื่นกระแนะกระแหน พูดจาทิ่มแทงหลายประโยคเป็นระยะ ทั้งยังไม่อาจคลี่คลายปมขัดแย้งที่มีกับอีกหลาย ๆ คนดังเดิม ทว่าขณะเดียวกันก็มีอีกหลายคนที่เห็นใจสงสาร ทำให้ตกอยู่ในภาวะที่เข้ากับผู้อื่นได้อย่างน่าประหลาด
ด้วยเหตุนี้นางจึงเรียนรู้ได้ทันที
ขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ด[2]
ยังคงเป็นคนแซ่เซี่ยที่เจ้าเล่ห์ดั่งจิ้งจอกเขายอมถอยให้นางก้าวหนึ่ง เพื่อทำให้คนนึกว่านางตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาสงสาร แม้ไม่อาจสลายความแค้นไปได้ แต่กลับทำให้ผู้ที่เห็นนางเป็นศัตรูและคอยราวีนางทุกเรื่องลดความระแวดระวัง กระทั่งทำให้พวกคนที่แต่เดิมค่อนข้างวางตัวเป็นกลางเข้าหานางเพราะรู้สึกเห็นใจอีกด้วย
สมเป็นผู้มีความสามารถพอจะก่อกบฏในภายภาคหน้าเสียจริง…
เล่นกับจิตใจคนราวกับวางในฝั่ามือ ทั้งยังไม่เผยพิรุธสักกระผีก
ดังนั้นวันนี้ขณะนางกำลังนั่งดื่มชาที่เซี่ยเวยชงให้ด้วยตัวเองอยู่ฝังตรงข้ามของโต๊ะน้ำชาเจียงเสวี่ยหนิงก็คิดว่าอย่าบอกคุณหนูพวกนั้นเรื่องที่พอนางมาอยู่กับเซี่ยเวยแล้วกลับมีความสุขราวกับมัจฉาได้วารีจะดีกว่า
เยี่ยนหลินตามใจนาง เสิ่นจื่ออีโปรดปรานนางด้วยความลำเอียง
สองคนนี้ย่อมดีต่อนาง แต่ก็ผลักให้นางต้องเผชิญคลื่นลมมรสุมเช่นกัน เซี่ยเวยเปลือกนอกกดขี่ข่มเหงนาง นอกจากจะตำหนินางอย่างรุนแรง ยังปฏิบัติตัวไม่ดีด้วย ทว่ากลับคลี่คล