หน้าหอบันทึกประวัติศาสตร์ถึงคราวเคราะห์ ครั้นเห็นกลอนที่เจียงเสวี่ยหนิงคัดมาก็เหลือบมองเพียงสองที “แค่มีสัมผัสแล้วจะมีประโยชน์อันใด? เนื้อหาไร้สาระไร้ซึ่งความเกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะประโยคที่ว่า ‘บุปผาทั่วบรรพต’ ชวนสับสนนัก ข้างหน้ามีบรรพตแล้วเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวก็ยัง ‘บดบังลานเรือน’ อีกไม่เข้าพวกกันเลยจริง ๆ มีทั้งจันทร์ทั้งขุนเขาทั้งบุปผาทั้งแรงลม ไม่ได้ความเอาเสียเลย!”
——————–1. วันซานฝู เป็นช่วงวันที่มีอากาศร้อนที่สุดในรอบปี ซานฝูในแต่ละปีไม่ค่อยตรงกัน จะอยู่ราวกลางเดือน กรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม2. ขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ด เป็นสำนวน หมายความว่าผู้มีประสบการณ์จะจัดการเรื่องต่างๆได้ผลดีมากกว่า3. กระดาษเฉิงซินถัง เป็นกระดาษที่ใช้กันในพระราชวัง ถูกจัดเป็นหนึ่งในสามสมบัติห้องสมุดสมัยถังใต้ และถูกจัดว่าเป็นกระดาษที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์จีนผิวสัมผัสลื่นเหมือนไข่ สีกระดาษสะอาดบริสุทธิ์ประดุจหยก ตัวกระดาษเนื้อบางมันเงา
บทที่ 65 ใส่ความ (2)ขณะนี้เอง เจียงเสวี่ยหนิงก็รู้สึกเห็นใจเขาขึ้นมา
เนื่องจากเซี่ยเวยสอนพิณอันเป็นวิชาถัดจากอีกฝั่าย มิหนำซ้ำวันนั้นยังมาเช้ามากอีก เขากำลังนั่งดื่มชาอยู่ตรงหัวมุมตำหนักและได้ยินคำพูดนี้เข้าพอดี จึงแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างยิ่ง ถามทันที “จ้าวเซียนเซิง คนแซ่เซี่ยขอดูกลอนบทนี้ได้หรือไม่?”
กลอนบทนั้นเขียนว่า
จันทร์เช่นหยกเย็นตา บุปผาทั่วบรรพต
เมฆบดบังลานเรือน