ลมเคลื่อนกิ่งไม้ไหว
เซี่ยเวยอ่านจบก็ไม่พูดอะไร
จ้าวเยี่ยนหงยังไม่รู้ว่าตัวเองประสบเคราะห์แล้ว เอ่ยถามว่า “เซี่ยเซียนเซิงคิดว่าเป็นเช่นไร?”
เซี่ยเวยส่งกลอนบทนี้คืนกลับไปด้วยสีหน้าแปลกประหลาด “ข้าไม่ยักรู้ว่าที่แท้กลอนบทนี้จะไม่เข้าท่าและย่ำแย่ขนาดนี้”
ในที่สุดจ้าวเยี่ยนหงก็ฟังออกว่าคำพูดนี้มีอะไรผิดปกติ รู้สึกร้อนรนกระวนกระวายเล็กน้อย“ความหมายของท่านคือ?”“อ้อ” เซี่ยเวยแสดงท่าทางกระดากใจยิ่ง งอนิ้วชี้เรียวยาวแตะสันจมูกโด่งเหยียดตรงของตนยิ้มขออภัยคราหนึ่ง “ขายหน้าจ้าวเซียนเซิงแล้วกลอนบทนี้เป็นการเขียนเล่นของข้าน้อยในสมัยก่อน แต่งขึ้นมาอย่างเหลวไหลไร้สาระ มิคู่ควรนำมาให้คนชื่นชม ไหนเลยจะกล้าสอนจระเข้ว่ายน้ำ บังอาจวิจารณ์ได้”
จ้าวเยี่ยนหงตะลึงงันในบัดดล
เซี่ยเวยกลับแสดงได้อย่างสมจริง ชักสีหน้ามองเจียงเสวี่ยหนิงคราหนึ่ง “คิดว่าคุณหนูรองหนิงคงเห็นตอนไปเรียนพิณกับข้าที่ตำหนักข้างเลย ‘หยิบยืม’ ติดมือมากระมัง?”
หลังจากนั้นนางก็ไม่ได้ยินว่าเซี่ยเวยทำเช่นไรต่อ
เพียงได้ยินคนเล่ากันว่าพอจ้าวเยี่ยนหงผู้นั้นกลับไปแล้วก็กินข้าวไม่ได้ นอนหลับไม่สนิท ยามกลางคืนจุดตะเกียงถอนหายใจ ยามกลางวันพบเจอผู้คนก็เหม่อลอย วันต่อมาไปขอลาออกกับเบื้องบนไม่ขอถวายการสอนองค์หญิงใหญ่อีกต่อไป ทั้งยังขอให้โยกย้ายตำแหน่งไปอยู่หน่วยงานอื่น ทว่าไม่มีตำแหน่งว่างที่เหมาะสมจากตำแหน่งขุนนางขั้นห้ายศราชบัณฑิตฝั่ายปรับปรุงเนื้อหา