ม่ยอมฟังนาง ทั้งที่นางก็มีใจจะชี้แจงว่าตนมิใช่ไม่ฟังการสอนของจางจ้งโดยไร้เหตุผลเสียหน่อย แต่เมื่อสงบจิตใจใคร่ครวญก็พบว่า การที่เขาเข้าใจผิดก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี
หากเป็นเช่นนี้นางจะได้ไม่ต้องถูกเซี่ยเวยลากตัวไปเฝั้าดูอยู่ข้างกายร่ำไป
ฉะนั้นจะถูกรังแกสักหน่อยก็ช่างมันเถอะ
ด้วยเหตุนี้นางจึงแสดงท่าทีเหินห่างไม่ไยดีดังเดิม หมุนกายอุ้มพิณจากโต๊ะข้าง ๆ เซี่ยเวยตั้งท่าจะกล่าวอำลาและจากไป
เรือนร่างของสาวน้อยอ่อนนุ่มบอบบางดั่งกิ่งหลิวอ่อนที่เพิ่งแตกยอด นางสวมกระโปรงกลีบสีม่วงอ่อน ชายกระโปรงขยับพลิ้วไหวเบา ๆ ตามการเยื้องย่าง อากัปกิริยางามสง่าเป็นธรรมชาติอยู่หลายส่วน
ต่างจากตอนเข้าเมืองหลวงในสมัยนั้นราวฟั้ากับดิน
หากว่ากันตามเหตุผล เซี่ยเวยไม่ควรคิดเช่นนี้แต่กิริยายามนางอุ้มพิณกลับซ้อนทับภาพในความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือนอย่างน่าประหลาด
ขุนเขาลึก จันทรากระจ่าง ทุ่งหญ้ารกร้างเขียวขจี
เสียงร้องยามค่ำคืนของลิงปั่าดังแว่วมาท่ามกลางเงาไม้อันลี้ลับและมืดมิด กลิ่นเน่าเหม็นของใบไม้ซึ่งทับถมมานานปีและกลิ่นต้นไม้ใบหญ้าโดยรอบผสมปนเปกัน
เขาไข้สูง ล้มปั่วยจนสติเลือนราง
นั่งพิงอยู่ใต้หินเชิงผา เกือบจะหลับสิ้นสติไป
ทว่ายามนี้กลับมีเสียงฝีเท้าหนึ่งหนักหนึ่งเบาค่อย ๆ ดังใกล้เข้ามา ทั้งยังมีเสียงแหบพร่าแฝงความตื่นเต้นลิงโลดอันยากจะปกปิดด้วย“หมู่บ้าน! ข้ามภูเขาสองลูกข้างหน้าก็มีหมู่บ้านแล้ว! ตอนข้าวิ่งไปข้างหน