้าเห็นควันไฟที่เกิดจากการประกอบอาหารด้วยละ!”
เซี่ยเวยไม่อยากจะลืมตาเลยฝีเท้านั้นกลับมาถึงข้างกายเขา เสียงก็อยู่ข้างกายเขา มีคนออกแรงเขย่าร่างเขาอยู่ “อีกไม่นานพวกเราก็ออกไปได้แล้ว ตื่น ตื่น เจ้าตื่นสิอย่าหลับนะ!”
เซี่ยเวยรู้สึกว่านางทำตัวหนวกหูอีกแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กสาวเห็นเขาไม่ตื่นก็เริ่มตระหนก กลืนน้ำลายอย่างขลาดกลัว ส่งเสียงปนสะอื้น “เจ้าอย่าหลับนะ หว่านเหนียงบอกว่าอาการแบบนี้จะไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว หากเจ้าตายแล้วข้าจะทำเช่นไร ข้ากลัวคนตายนะ…”
เซี่ยเวยนึกว่านางอาจเป็นห่วงตนเสียอีก ที่ไหนได้กลับกลัวว่าเขาตายแล้วจะทำให้นางเสียขวัญ
ตอนนั้นจึงคิดว่าขณะนางเจอโจรภูเขาขวางทางจนต้องหลบหนียังไม่กลัว ยามวิ่งหนีกลางปั่าเขาลำเนาไพรนางยังไม่กลัว ยามตกอยู่ในสภาวะยากลำบากและอันตรายยากจะหนีพ้นนางก็ยังไม่กลัว ฉะนั้นแค่คนตายคนหนึ่งจะไปมีอะไรน่ากลัวกันเล่า
คนตายคือคนดีที่สุดในโลกแล้ว
ทั้งไม่หน้ายิ้มซ่อนมีด ทั้งไม่วางแผนชั่วร้าย
แต่เขาได้ยินนางร้องห่มร้องไห้จริง ๆ ร้องอย่างน่าเวทนาอาดูรมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายเขาจึงเลิกเปลือกตาช้า ๆ ทว่ากลิ่นคาวโลหิตที่กลืนลงไปในลำคออันแสบร้อนก่อนหน้านี้กลับทะลักขึ้นมา จะเอ่ยปากสักประโยคยังยาก
เด็กสาวเบิกตาโพลงมองเขา ยังคงประดับคราบน้ำตา
พอเห็นเขายังไม่ตาย หลังจากนิ่งงันอยู่พักหนึ่งก็รู้สึกยินดี “ไม่ตายก็ดีแล้ว ไม่ตายก็ไม่น่ากลัว”
ถึงแม้ขณะนั้นเขายังไม่ได้ยิ่