เริ่มมีความหวังต่อการเป็นพระสหายร่วมศึกษาในวังหลวงขึ้นมาได้บ้างทว่าครั้นเลิกเรียนแล้วทุกคนก็เริ่มทะเลาะกันเสียอย่างนั้น
ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะเซี่ยเวยโยนตำราเตือนสตรีของจางจ้งทิ้งไปตอนสอน มิหนำซ้ำยังบอกให้พวกนางโยนทิ้งด้วย
เล่มของเจียงเสวี่ยหนิงถูกเซี่ยเวยโยนเองดังนั้นจึงไม่นับ
ส่วนเล่มขององค์หญิงใหญ่ก็ถูกผู้เป็นเจ้าของโยนทิ้งด้วยตนเองจริงแท้แน่นอน
ขณะนั้นพระสหายร่วมศึกษาที่เหลืออีกเจ็ดคนยังปราศจากความเคลื่อนไหวเหยาหรงหรงซึ่งขวัญอ่อนสุดในหมู่พวกนางอกสั่นขวัญแขวนเพราะเรื่องนี้ “เซี่ยเซียนเซิงสั่งให้โยนทิ้ง มิหนำซ้ำองค์หญิงใหญ่ก็ทรงโยนทิ้งแล้วเช่นกัน แต่พวกเรากลับไม่ทำอะไรเลย นี่ นี่จะไม่ค่อยดีหรือเปล่า?”
เฉินซูอี๋พูดกระทบกระเทียบนางทันที “แล้วตอนนั้นไยเจ้าไม่โยนทิ้งไปเล่า?”
เหยาหรงหรงโมโหจนหน้าแดง ไม่กล้าพูดอะไรอีก
โจวเปั่าอิงกลับกะพริบตาปริบ ๆ “ข้าก็อยากโยนนะ แต่เห็นพวกท่านยังไม่โยน พอชูขึ้นมาก็เลยวางกลับลงไป”เฉินซูอี๋ยิ้มหยัน “น้องหญิงเปั่าอิงคิดจะทำผิดหลักจารีตอีกคนอย่างนั้นหรือ?”
ทุกคนต่างฟังออกว่าคำพูดนางแฝงเจตนาไม่ดี
เซียวซูไม่ได้เอ่ยปากอยู่ด้านข้างเป็นเวลานานเมื่อได้ยินเฉินซูอี๋มีน้ำเสียงหาเรื่องเช่นนี้ก็ย่นหัวคิ้วอย่างยากจะพบเห็น หันหน้าไปถามเจียงเสวี่ยหนิงว่า “คุณหนูรองเจียงคิดเห็นเช่นไร?”
——————–1. สุราวสันต์แห่งจินหลิง ชื่อสุราชนิดนี้เคยปรากฏในบทกวีที่ประพันธ์โดยหลี่ไปั๋2.