ยิ่งถั่งท้นภายในใจ
สุดท้ายเขาก็หมดความอดทนอย่างหาได้ยากยิ่ง พูดเน้นชัดถ้อยชัดคำอย่างเนิบช้า “หนิงรองเจ้าคิดว่าข้าใจอ่อนมากเกินไป พูดจาด้วยได้ง่ายมากเกินไปแล้วใช่หรือไม่?”
ไม่ใช่ ‘คุณหนูรองเจียง’ ที่เขาเรียกขานยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่น ทั้งยังไม่ใช่ ‘คุณหนูรองหนิง’ ที่เขาใช้เรียกแต่เพียงผู้เดียวยามอยู่ลับหลังผู้อื่นทว่าเป็น ‘หนิงรอง’ ที่ตรงไปตรงมาและแข็งกระด้างจนถึงขั้นแฝงความเย็นชาหลายส่วน
เจียงเสวี่ยหนิงได้กลิ่นอันตรายเข้มข้นอันไม่อาจปิดบัง
ร่างกายนางหดเกร็งเช่นกัน ชั่วพริบตาที่คำพูดของเขาหลุดออกมา ความเย็นยะเยือกบริเวณใต้ฝั่าเท้าก็พุ่งพรวดถึงสันหลัง แทบจะถอยหนึ่งก้าวทันที
แต่นางลืมไปว่ากำลังยืนอยู่บนขั้นบันไดของตำหนักข้าง
ครั้นฝีเท้าขยับไปด้านหลังหนึ่งก้าวก็สะดุดบันไดขั้นแรก
เจียงเสวี่ยหนิงทรงตัวไม่อยู่ พลันเกือบจะล้มหงาย อย่างไรก็ตามมีมือข้างหนึ่งยื่นมาพอดี ออกแรงจับแขนนางเอาไว้ นิ้วเรียวยาวยิ่งทั้งห้าซึ่งยามปกติจับแต่เครื่องเขียนกลับซุกซ่อนความดุร้ายปั่าเถื่อนเอาไว้ถึงสามส่วน กระชากนางมาข้างหน้าทันที
ระยะห่างถูกย่นอย่างรวดเร็ว
นางเกือบทรงตัวไม่อยู่ โน้มร่างเข้าหาเขาอย่างไร้ทางเลือก
ฝั่ามือที่จับแขนนางข้างนั้นออกแรงดั่งคีมเหล็ก นางรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง พอเงยหน้าด้วยใจเต้นไม่เป็นส่ำก็เห็นเพียงลำคอซึ่งมีเส้นเอ็นปูดโปนราง ๆ ลูกกระเดือกนิ่งค้างปราศจากการเคลื่อนไหว ลำคอหดเกร็ง ริมฝีปากบางที