่ยามปกติเหยียดเป็นเส้นตรง รวมถึง…
นัยน์ตาเย็นชาและดุร้ายคู่หนึ่ง
นี่ต่างจากท่าทีที่เซี่ยเวยแสดงต่อหน้าผู้คนยามปกติราวกับเป็นคนละคน
เจียงเสวี่ยหนิงขนหัวลุกชัน
ต่อให้ชาติก่อนนางจะเคยเห็นเขาถือเกาทัณฑ์นำกลุ่มกบฏปิดผนึกประตูวังหลวงมองพวกของตนเข่นฆ่าสังหารเชื้อพระวงศ์อย่างเย็นชามาแล้วแต่นางก็ไม่เคยเห็นเขามีสีหน้าและท่าทางน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน
นางอยากถอยหนี แต่ก็ถูกอีกฝั่ายยึดจับอย่างแน่นหนา
นางควรร้องตะโกน แต่ส่งเสียงจากลำคอไม่ได้แม้แต่น้อย
เซี่ยเวยหลุบตามองนางด้วยสายตาคล้ายผู้เหนือกว่า ร่างกายซึ่งสูงตระหง่านดุจภูผาอันยิ่งใหญ่ให้ความรู้สึกยากจะสั่นคลอน เขาเอ่ยว่า“เจ้าฉลาดมากทว่าก็เอาแต่ใจมากเช่นกันนับตั้งแต่เจ้าเข้าวังครั้งก่อน ข้าก็เตือนเจ้าแล้วว่าอย่าทำให้ข้าโมโห”เจียงเสวี่ยหนิงหัวเราะเย้ยหยัน “ข้าน่ะเป็นคนเอาแต่ใจอยู่แล้ว ก็เป็นดั่งที่รองราชครูเซี่ยกล่าวเอาไว้ว่าดื้อรั้นจนเป็นนิสัยไม่รู้จักสำนึก แต่คาดไม่ถึงเลยว่าท่านรองราชครูจะอดทนต่อข้าได้มาตลอดเช่นกัน”
เซี่ยเวย “ข้าไม่ควรสั่งสอนเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงสบตาเขา “การเคารพครูบาอาจารย์ถือเป็นหลักการอันสำคัญยิ่ง ย่อมเป็นอาจารย์สอนสิ่งใดศิษย์ก็เรียนสิ่งนั้น อาจารย์กล่าวเช่นใดศิษย์ก็ว่าเช่นนั้นอยู่แล้ว ฉะนั้นการที่เซี่ยเซียนเซิงจะกดดันข้า ตำหนิข้า เข้าใจข้าผิดก็ล้วนเป็นเรื่องที่สมควรแล้วเจ้าค่ะ”เซี่ยเวยมองนางโดยไม่เอ่ยวาจา
เจียง