หวาดระแวงที่เคยมีในกาลก่อน ใช้ท่าทีต่อต้านอย่างไม่เคยมีเผชิญหน้าเขา
แววตาเซี่ยเวยแปรเปลี่ยนพลิกผันไปมา
หากเขาต้องการ การฉวยโอกาสกำจัดแม่นางน้อยที่เข้าวังมาเป็นพระสหายร่วมศึกษาผู้นี้ไปเสียระหว่างวังหลวงเกิดคลื่นลมมรสุมก็เป็นเรื่องง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย แต่อย่างไรเสียเขาก็มิใช่ผู้ที่บันดาลโทสะใส่คนอื่นตามใจชอบ สุดท้ายจึงปล่อยมืออย่างแช่มช้า คลายนิ้วทั้งห้าที่ยึดแขนนางไว้แน่นหนาออก
“ผู้ที่สมบูรณ์พร้อมย่อมมีสิ่งที่เกรงกลัว อริยชนเองก็ย่อมมีความหวาดกลัวเช่นกัน อย่างไรก็ดีคนแซ่เซี่ยมิใช่ทั้งผู้ที่สมบูรณ์พร้อม และยิ่งไม่ใช่อริยชน”
แขนเสื้อหลวมกว้างของเขาห้อยตก
ส่วนปลายนิ้วยังคงชาราวกับเป็นตะคริวดังเดิม
ปราศจากการเปลี่ยนแปลงของน้ำเสียง ยังคงทุ้มหนักและผ่อนช้า ทว่าสายตาที่ตกอยู่บนร่างนางกลับหนักอึ้งคล้ายจับต้องได้ “เจียงเสวี่ยหนิงเจ้าควรจดจำเอาไว้ บางสิ่งบางอย่างที่คนบางคนไม่ยินดีแตะต้องอาจไม่ได้เกิดจากความกลัวไปเสียหมด แต่อาจเป็นเพราะเขาเคียดแค้นและชิงชังจนถึงขีดสุดก็เป็นได้”
เคียดแค้นและชิงชังจนถึงขีดสุด
น้ำหนักราวกับขุนบรรพตและห้วงมหรรณพโถมลงมา
เจียงเสวี่ยหนิงพลันเริ่มหายใจไม่ออก ช้อนดวงตามองเขาทันที
ใบหน้าไร้ที่ติในสายตาชาวโลกของเซี่ยเวยปกคลุมด้วยเงาดำชั้นหนึ่ง หนังตาที่หลุบต่ำบดบังความมืดมนอับหรุบหรู่เอาไว้ คล้ายรูปปันเทพยดาตั้งสูงตระหง่านในศาลเจ้า ให้ความรู้สึกสมบูรณ์แบบจนแทบจะกลายเป็น