นี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจแก้ตัว ทางที่ดีที่สุดคือก้มหัวยอมรับผิดพร้อมชี้แจงความจริงทนให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปเสีย ภายหน้าค่อย ๆ หาโอกาสเอาคืนใหม่
เจียงเสวี่ยหนิงแอบหัวเราะเย้ยหยันในใจลอบคิดว่าเฉินซูอี๋ช่างรู้จักประจบ ทำตัวขี้ขลาดได้เร็วนัก ความโอหังอวดดีไม่เห็นหัวผู้ใดก่อนหน้านี้พอมาอยู่เบื้องหน้าผู้มีฐานะสูงศักดิ์กว่ายังจะเหลือสักเท่าไรเชียว
เดิมทีอยู่ดี ๆ เฉินซูอี๋ก็มาหาเรื่องก่อน
ถึงอย่างไรก็ผูกใจเจ็บกันไปแล้ว นางไม่คิดว่าอีกฝั่ายจะปล่อยไปง่าย ๆ หรอก ดังนั้นทำให้เฉินซูอี๋โมโหเจียนตายและเจ็บแค้นเสียยิ่งกว่านี้ดีกว่า
ด้วยเหตุนี้เจียงเสวี่ยหนิงจึงช้อนดวงตาที่มีน้ำตาคลอหน่วยขึ้นมองเฉินซูอี๋ด้วยท่าทางน่าเวทนาสงสาร ร่างยังคงสั่นระริกเล็กน้อย ราวกับไม่กล้าเชื่อหูตนเองว่าอีกฝั่ายจะพูดจากลับดำขาวเยี่ยงนี้ “ความหมายของพี่หญิงเฉินก็คือ คือข้ารังแกท่านอย่างนั้นหรือ? ข้า ข้า…”
เอ่ยได้เพียงครึ่งเดียวก็พูดต่อไปไม่ไหว
นางขบริมฝีปาก เบิกตากว้าง คล้ายเพิ่งรู้จักเฉินซูอี๋เป็นครั้งแรก ทั้งยังเผยความโกรธขึ้งและปวดใจที่สมจริงอีกหลายส่วน
ตำหนักเฟิงเฉินเงียบสงัดจนไม่ได้ยินเสียงอื่นใด
โจวเปั่าอิงตาโตอ้าปากค้าง ทำห่อกระดาษบรรจุผลไม้แช่อิ่มหลุดมือร่วงลงพื้นโหยวเย่ว์ก็ยิ่งรู้สึกท้ายทอยเย็นวาบ โชคดีที่เมื่อครู่ตนใจลอยจนไม่ได้เสียดสีเจียงเสวี่ยหนิงตามเฉินซูอี๋ มิเช่นนั้นตอนนี้คง…
ฟางเมี่ยวมีสีหน้าแข็งค้างเช่นกัน