นางก็คิดอยู่หรอกว่าคุณหนูรองเจียงเป็นคนร้ายกาจ แต่คิดไม่ถึงว่าจะ ‘ร้ายกาจ’ ถึงขั้นนี้
…
แม้แต่เซียวซูยังอดมองเจียงเสวี่ยหนิงด้วยสายตกตะลึงไม่ได้ ประหนึ่งไม่เคยรู้จักนางอย่างแท้จริงมาก่อน เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่นางจับโหยวเย่ว์กดอ่างเลี้ยงปลาโดยไม่ปล่อยให้มีโอกาสได้พูดในวันนั้น ก็รู้สึกไกลห่างราวกับห้วงแห่งความฝัน
ท่าทางอันดุร้ายและเลือดเย็นนั้น…
เมื่อเทียบกับท่าทางอ่อนแอน่าเวทนาสงสารในตอนนี้ มันใช่คนคนเดียวกันแน่หรือ
เสิ่นจื่ออีสาวเท้าไปข้างกายเจียงเสวี่ยหนิงลังเลครู่หนึ่งแต่ก็ยังเอื้อมมือไปแตะบ่าเจียงเสวี่ยหนิงเบา ๆ
เจียงเสวี่ยหนิงรับรู้ได้ นางจึงคิดจะหันศีรษะกลับไปทำตัวน่าสงสารเรียกความเห็นใจต่ออย่างไรก็ตาม ชั่วขณะที่นางหันกลับมาก็สบเข้ากับสายตาอันผิดแผกไปจากเดิม แววตาที่เสิ่นจื่ออีมองนางมิใช่ความอ่อนหวานซึ่งมักเปียมความถวิลหาอีกต่อไป กลับแฝงความหม่นหมองความเสียใจและรู้สึกผิดเล็กน้อย ท่าทางอ้ำอึ้งคล้ายอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด
สุดท้ายก็คลี่ยิ้มปลอบใจนาง
พริบตานี้เอง เจียงเสวี่ยหนิงก็หวนนึกถึงสายตาที่เยี่ยนหลินมองนางเมื่อวาน ในความทุกข์ทรมานนั้นแววตาเขาแฝงไว้ด้วยความอดทนอดกลั้น หัวใจของนางจึงกระตุกวูบอย่างรุนแรง
เมื่อครู่เสิ่นจื่ออีกลับมาจากตำหนักฉือหนิงตำหนักฉือหนิงนี้เองที่กำลังสืบสวนเรื่องของสำนักพระราชวังอยู่ หรือว่าสุดท้ายแล้วคดีหยกหรูอี้ก็เกี่ยวพันถึงจวนหย่งอี้โหว
หากมิใช่ เส