ิ่นจื่ออีไม่มีทางมองนางเยี่ยงนี้แน่
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา การทะเลาะเบาะแว้งกับเฉินซูอี๋ก็ไร้ความสำคัญทันที
ทว่าเสิ่นจื่ออีกลับไม่คิดจะจบเรื่องราวแต่เพียงเท่านี้
ท้ายที่สุดนางก็จำได้ว่าคราแรกเจียงเสวี่ยหนิงไม่อยากเข้าวัง เป็นเยี่ยนหลินที่มาหานาง ซ้ำตัวนางเองก็อยากให้เจียงเสวี่ยหนิงเข้าวังเช่นกันด้วยเหตุนี้จึงเกิดเหตุวุ่นวาย ฝืนบังคับรั้งให้เจียงเสวี่ยหนิงอยู่ต่อ
นางหลงคิดไปเองว่าในวังหลวงแห่งนี้จะมีสิ่งใดสร้างความลำบากให้เจียงเสวี่ยหนิงได้กันเล่า
เนื่องจากประการแรกมีเยี่ยนหลินคอยดูแลประการที่สองมีตนคอยหนุนหลัง ต่อให้เกิดเรื่องสกปรกโสมมอะไรขึ้นมาบ้าง ก็คงไม่ถึงขั้นเดือดร้อนมาถึงตัวเจียงเสวี่ยหนิงหรอก
แต่วันนี้หลังจากได้กลิ่นเค้าลางการนองเลือดที่ตำหนักฉือหนิงก็ทำให้นางรู้ว่าตนผิดไปแล้ว อีกทั้งทำให้พลันเข้าใจได้เลา ๆ ว่าเหตุใดเมื่อวานเยี่ยนหลินต้องขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับหนิงหนิงต่อหน้าธารกำนัลด้วย
หากเปลี่ยนจากเยี่ยนหลินเป็นตน นางก็จะทำเช่นกัน
ตอนยังไม่รู้เรื่องนางรู้สึกว่าหนิงหนิงไม่ได้รับความเป็นธรรมจนถึงขั้นโมโหเดือดดาล แต่พอรู้เรื่องแล้วกลับโทษตัวเองและสงสารหนิงหนิง
บางทีหลังจากนี้อาจไม่มีเยี่ยนหลินคอยดูแลหนิงหนิงอีกต่อไป เช่นนั้นก็จะเหลือแค่ตนแล้ว
แม้ว่าเสิ่นจื่ออีจะไร้เดียงสาและถูกตามใจมากเพียงใด แต่นางก็เป็นเด็กที่เติบใหญ่มาในวังหลวงอยู่ดี
นางไม่ถึงขั้นดูไม่ออกว่าสีหน้าของ