ฟยคงเพราะนางมีพระอุปนิสัยใกล้เคียงคุณชายสำมะเล-เทเมาผู้นี้นั่นเอง
ทั้งที่เขาเป็นถึงบุตรคนโตของภรรยาเอก แต่กลับต้องระหกระเหินใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกเพราะเหตุไม่คาดฝัน แล้วเจียงเสวี่ยหนิงจะไม่เข้าใจคนหัวอกเดียวกันได้อย่างไร
แม้แต่นางเองยังไม่อาจปฏิเสธ คราแรกยามไม่รู้ความจริง นางอดคิดเช่นเดียวกับผู้อื่นไม่ได้จริง ๆ จนภายหลังถึงรู้สึกว่ายามคบค้าสมาคมกับคนที่เปิดเผยเช่นนี้ช่างสบายใจยิ่งนัก
เห็นอักษรเท่ากับเห็นตัวตน
ต่อให้เขียนได้ไม่ดีอีกเพียงไร แต่ก็พอมองนิสัยที่แท้จริงออกได้หลายส่วน
แล้วนิสัยที่แท้จริงของนางคืออะไรกันเล่า
หรือว่าเสิ่นเจี้ยมองออกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วทว่ายามนั้นนางยังมองตัวเองไม่ออกเลยนี่นา…
สิงเฉ่าที่เพิ่งจะเขียนเสร็จวางอยู่ตรงหน้าเจียงเสวี่ยหนิงเงยศีรษะมองหวังจิ่วซึ่งยืนหน้าขรึมอยู่หน้าโต๊ะนาง คิดจะโต้แย้งว่าตนชอบเฉ่าซูอีกทั้งการที่คนเราจะเลือกเขียนตัวอักษรรูปแบบใดก็ควรจะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลไม่ใช่หรือ
แต่พอคิดดูอีกที นางจะอยู่ในวังหลวงแค่ครึ่งปีเท่านั้น
การถูกฝึกให้เขียนแบบข่ายซูก็ถือเสียว่าเป็นการอบรมบ่มนิสัย เหตุใดนางจะต้องมาผิดใจกับอาจารย์จนหมางใจกัน เช่นนี้จะไม่เป็นการหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ
ออกจากวังเมื่อไร ยามนั้นนางอยากเขียนสิ่งใดก็จะเขียนสิ่งนั้น ใครยังจะมายุ่มย่ามได้อีก
ด้วยเหตุนี้นางจึงสงบเยือกเย็นอย่างรวดเร็วเจียงเสวี่ยหนิงก้มศีรษะกล่าวกับหวังจิ่วว่า“สิ่งที่เ