ซียนเซิงสั่งสอนนั้นถูกต้อง ศิษย์จะจำใส่ใจเอาไว้เจ้าค่ะ”
หวังจิ่วถึงผงกศีรษะด้วยความพอใจ “พอมีลักษณะที่ดูสมเป็นลูกศิษย์บ้างแล้ว”
จากนั้นก็หมุนกายเดินกลับไป บอกให้ทุกคนเปิดเทียบแรกของสิบแปดเทียบ เขาอธิบายก่อนแล้วจึงให้ทุกคนลองเขียนตาม หากมองข้ามเรื่องที่เขาเป็นคนคร่ำครึ ไม่ยอมให้ลูกศิษย์พูดและซักถามในห้องเรียนแม้แต่ครึ่งประโยคแล้ว ก็พอถือได้ว่าเป็นอาจารย์ที่ดีและรักษากฎระเบียบอย่างเคร่งครัดผู้หนึ่ง
เมื่อถึงกลางยามเฉิน หวังจิ่วจึงเก็บข้าวของและเลิกสอน
ครั้นเขาเดินจากไปทุกคนก็พลันโล่งอก
ฟางเมี่ยวอดมองเจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้ พูดด้วยอาการใจเต้นรัว “ข้าตกใจแทบตายแล้วจริง ๆยังนึกว่าคุณหนูรองเจียงจะทำเหมือนสิ่งที่ทำกับจ้าวเซียนเซิงในวันก่อนเสียอีก หวังเซียนเซิงผู้นี้เป็นคนดุไม่อาจตอแยได้ โชคดีที่ไม่ได้ทำ โชคดีที่ไม่ได้ทำ!”
เจียงเสวี่ยหนิงคิดว่าเมื่อวานนางแค่ถามจ้าวเยี่ยนหงว่า ‘เด็ด’ หมายความว่าอย่างไรเองนะไม่ว่าจะมองเช่นไรก็ไม่ถึงขั้นโต้เถียงแน่ เพียงแต่เจ้าคนแซ่จ้าวนั่นเลือกปฏิบัติตามสถานะ คิดเองเออเองว่าตัวเองเป็นครูบาอาจารย์ผู้สูงส่ง
หากตัดเรื่องจุดยืนและการเป็นคนเจ้าแผนการออกไปแล้ว…
ความรู้และวิสัยทัศน์ของเซี่ยเวยห่างจากเจ้าคนแซ่จ้าวตั้งหลายขุม ทว่ากลับถ่อมตนและจิตใจกว้างขวาง ไม่เคยแตกหักกับผู้อื่นเพราะการไต่ถามเพียงสองสามประโยค การควบคุมอารมณ์เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
นางไม่สบอารมณ์เป็นอั