ญ่ ขอจงทรงพระเจริญเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นจื่ออีมาแล้ว!
ฝั่ามือของเฉินซูอี๋ชูเงื้อกลางอากาศ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจฟาดลงมาได้ ยังไม่ทันชักกลับก็มองเห็นเงาร่างที่ค่อนข้างเคร่งขรึมอันหาได้ยากของเสิ่นจื่ออี พลันบังเกิดเสียงดังตูมในหัวสมองครั้งหนึ่ง ทุกสรรพสิ่งล้วนขาวโพลน
เสิ่นจื่ออีเพิ่งมาจากตำหนักฉือหนิง ถึงอย่างไรนางก็เติบโตมาภายในรั้วพระราชวัง ทำให้พอจะรับรู้เค้าลางที่จะเกิดเหตุการณ์นองเลือดในวังหลวงได้ราง ๆ ดังนั้นอารมณ์จึงไม่สู้ดี
เมื่อนางเดินเข้ามาก็มองเห็นฝั่ามือของเฉินซูอี๋ที่เงื้อสูงใส่เจียงเสวี่ยหนิง
นางไม่ทันตั้งตัวไปชั่วขณะ ถามอึ้ง ๆ ประโยคหนึ่ง “นี่กำลังทำอะไรอยู่น่ะ?”
เฉินซูอี๋พลันชักมือกลับ คิดจะอธิบาย “องค์หญิง เมื่อครู่หม่อมฉันแค่…”
ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงกลับลอบถอนใจยาว
องค์หญิงใหญ่มาเร็วเกินไปหน่อย อีกฝั่ายยังไม่ทันจะได้ฟาดฝั่ามือนี้ลงมาเลย ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจึงเบาลงไปมาก ทำให้แผนการยอมลงทุนเจ็บตัวของนางไม่ค่อยสัมฤทธิผลสักเท่าไร มิเช่นนั้นคงได้ทำให้เฉินซูอี๋ต้องคุกเข่าคลานกลับไปแล้วเป็นแน่
เสิ่นจื่ออีเลียนแบบใครไม่เลียนแบบ ดันเลียนแบบพิรุณทันกาลซ่งเจียง[2]เสียได้
นางบ่นกระปอดกระแปดในใจ ส่วนภายนอกก็ไม่ได้สงวนท่าทีแม้แต่น้อย ดึงมุมปาก หลุบเปลือกตา จากนั้นน้ำตาก็ร่วงเผาะ ร่ำไห้กล่าวกับเสิ่นจื่ออีด้วยท่าทางไม่ได้รับความเป็นธรรม“องค์หญิงใหญ่เพคะ เฉินซูอี๋ต่อว่าหม่อมฉันน่ะช่างมั