งเย็นชา “จางเจอมิได้มีสิ่งใดไม่ดี”“…”
โหยวเย่ว์อับจนวาจาในบัดดล
ต่อให้เป็นคนโง่งมเพียงใด หากเห็นเหยาซีมีท่าทีเช่นนี้ย่อมรู้ว่าเมื่อครู่ตนคงเอ่ยผิดพลาดไปเสียแล้ว จึงทำได้เพียงหัวเราะประจบด้วยความเคอะเขิน “ใช่ ใช่”
อย่างไรก็ตามครั้นหุบปากเงียบ สีหน้ายามมองเหยาซีกลับยากจะบรรยายอยู่บ้าง
เมื่อเหยาซีเบือนสายตากลับ โหยวเย่ว์ก็ถึงขั้นเบ้ปากนิด ๆ ลับหลัง ตนเคยเห็นคนที่พูดจากลับกลอก ทั้งยังเคยเห็นคนที่พูดไปแล้วแต่ไม่ยอมรับในภายหลังมาก่อน ทว่าคนที่พูดจากลับกลอกแล้วไม่ยอมรับสิ่งที่เคยพูดเลยเช่นนี้กลับเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ไม่รู้สึกเจ็บหน้าตัวเองหรือไรตอนแรกไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่พูดจาดูถูกจางเจอเสียไม่มีชิ้นดี ยังมีหน้ามาตำหนิตนอีก!
ดวงตาโหยวเย่ว์ฉายแววดูแคลนแวบหนึ่ง
เจียงเสวี่ยหนิงสังเกตการณ์เงียบ ๆ มองเห็นความรู้สึกดูแคลนนี้ในสายตา เพียงครุ่นคิดด้วยท่าทีสงบนิ่งว่า ที่แท้คนกลุ่มนี้ก็มิได้สนิทสนมกันแน่นแฟั้นถึงเพียงนั้น มีความขัดแย้งอยู่เช่นกัน
นางควรหัวเราะเมื่อรู้เรื่องนี้
ทว่าพอเห็นสีหน้าท่าทางขวยเขินยามสนทนากับผู้อื่นของเหยาซี ริมฝีปากก็เหมือนแขวนแท่งตะกั่ว หนักอึ้งจนไม่อาจหยักยกขึ้นมาได้แม้แต่น้อย
อยู่ ๆ ก็รู้สึกเกลียดจางเจอขึ้นมากะทันหัน
ทั้งยังเกลียดตัวเองด้วย
เหตุใดชาติที่แล้วถึงเหมือนมีผีสางดลใจ ทำให้ไปโกหกจางเจอว่าจะเป็นคนดีด้วยนะ
ค่ำคืนนี้เจียงเสวี่ยหนิงนั่งอยู่ที่หอหลิวสุ่ยเนิ่นนา