เสิ่นจื่ออีรู้ความสัมพันธ์ของเยี่ยนหลินกับเจียงเสวี่ยหนิง เพราะอย่างไรเสียในรอบแรกที่คัดเลือกพระสหายร่วมศึกษา เยี่ยนหลินก็เคยมาหานางเพื่อฝากฝังโดยเฉพาะ จนกลายเป็นการเปิดช่องให้นางได้กระเซ้าเย้าแหย่อยู่ระยะหนึ่งอีกด้วย
ทว่ายามนี้เขากลับตัดความสัมพันธ์กับหนิงหนิงกะทันหัน
นางเห็นสีหน้าของคนทั้งสอง ด้วยความสงสัยจึงยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างไร้สาเหตุขึ้นมาหลายส่วน ต้องการทวงความยุติธรรมให้เจียงเสวี่ยหนิง ดังนั้นจึงสืบเท้าเข้าหาเขาก้าวหนึ่งจวนจะอาละวาด “เยี่ยนหลิน เหตุใดเจ้าถึง…”
“องค์หญิงใหญ่เพคะ”
ลำพังยามนี้เยี่ยนหลินก็ทุกข์ใจมากพออยู่แล้วเจียงเสวี่ยหนิงกลัวว่าเสิ่นจื่ออีจะพูดอะไรที่ทำให้เขารู้สึกย่ำแย่กว่าเดิม นางจึงรีบดึงตัวอีกฝั่ายไว้เบา ๆ ริมฝีปากหยักโค้ง ส่งยิ้มราวกับปลอบใจ
“เหยียนผิงอ๋องทรงพระเยาว์เลยกล่าวล้อเล่นไปอย่างนั้นเอง ไม่เป็นไรเพคะ”
“แต่คนที่ข้าจะตำหนิไม่ใช่…”ไม่ใช่เหยียนผิงอ๋องเสียหน่อย
เสิ่นจื่ออีถูกเจียงเสวี่ยหนิงดึงเอาไว้จึงหยุดชะงัก ขณะกำลังจะอธิบายนางก็เคลื่อนสายตาไปสบกับดวงตาที่ดูเหมือนจะเรียบเฉยคู่นั้น ทำให้มองเห็นคำวิงวอนซึ่งเผยความจริงใจอยู่หลายส่วนฉายออกมา ถึงแม้ไม่ว่านางจะคิดเช่นไรก็ไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่อาจเอ่ยคำถามที่มีล้นอกออกมาจากปากได้อยู่ดี
เพราะถึงอย่างไรนางก็ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างคนทั้งสองกันแน่
นางจึงตีหน้าขรึมในบัดดล กล่าวสั่งสอนเหยียนผิงอ๋อ