าดีดพิณแล้วเรียนไปก็ไร้ประโยชน์ เจ้าจงนั่งอยู่หน้าพิณคันนี้เสียเถอะ”
เจียงเสวี่ยหนิงนั่งลงตามคำสั่งพลางถาม“เช่นนั้นจะเรียนอะไรหรือเจ้าคะ?”
เซี่ยเวยเดินย้อนกลับมาหน้าโต๊ะยาว มือหยิบไม้ที่เลื่อยเสร็จขึ้นมาท่อนหนึ่ง ตอบกลับไปว่า“ไม่เรียน”เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งอึ้ง
เซี่ยเวยกล่าวเรียบ ๆ “เจ้าจงนั่งสงบใจอยู่หน้าพิณ ยามใดที่จิตใจสงบลงแล้วก็เริ่มเรียนพิณเมื่อนั้น”
สงบจิตใจ?
การเรียนพิณไม่ใช่เรื่องของ ‘ทักษะ’ หรอกหรือ
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับจิตใจสงบหรือไม่สงบด้วยเล่า
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกแต่ว่าเซี่ยเวยจงใจหาวิธีการมาทรมานตน เพราะฉะนั้นแม้ตัวนางจะนั่งอยู่ แต่ไม่เพียงจิตใจไม่สงบนิ่ง ตรงข้ามกลับยิ่งร้อนรนกระวนกระวาย
ทว่าเซี่ยเวยก็ไม่แยแสนางเหมือนกัน
ครั้งก่อนพิณที่ใช้เวลาทำมาเกือบสามปีถูกการลอบทำร้ายที่เหลาเฉิงเซียวทำลายจนย่อยยับทำให้เขาคับข้องใจไประยะหนึ่ง บัดนี้เลือกไม้มาทำพิณใหม่อีกครา โดยคิดจะทำพิณสองตัวในคราวเดียว
เมื่อเป็นเช่นนี้ ในภายหน้าคงไม่ถึงขั้นโชคร้ายจนเกินไป พิณสองตัวประสบเหตุไม่คาดฝันพร้อมกันกระมัง
ยามนี้เขากลับไปเปรียบเทียบไม้ตรงหน้า คิดจะเลือกไม้ชิ้นที่ดีที่สุดเพื่อนำมาใช้งานจำนวนสองชิ้น
เจียงเสวี่ยหนิงนั่งอยู่ข้างหลังพิณ แรกเริ่มเดิมทียังมีความคิดฟุั้งซ่านเต็มหัวสมอง ทว่าพอคิดมากเกินไปก็รู้สึกว่าการเอาแต่คิดมันช่างน่าเบื่อหน่าย
นั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่ได้ทำอะไรเป็นเรื่องที่ทรมานจริง ๆ