าก็ร่วงเผาะ
นางยกแขนเสื้อเช็ด คิดจะอดกลั้นเอาไว้
แต่น้ำตายิ่งเช็ดก็ยิ่งหลั่งพรู ไม่ฟังคำสั่งนางแม้แต่น้อยด้านเซี่ยเวย ตอนบอกเจียงเสวี่ยหนิงว่า ‘เจ้าออกไปก่อน’ เขาเพียงกะว่าจะสอนศิษย์คนอื่นไปสักสองสามประโยคแล้วสั่งให้พวกนางฝึกซ้อมกันไป จากนั้นค่อยออกมาคุยกับนางตามลำพัง คิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะชี้แนะไปได้แค่ครึ่งประโยคก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้เบา ๆ แว่วมาจากภายนอกเสียแล้ว
เมื่อเขาหันกายมองออกไปนอกตำหนักร่างก็แข็งค้างทันที
ดรุณีผู้งามเพริศพริ้งวันนี้สวมกระโปรงตั้นโม่[1]สีม่วงชมพู รูปร่างผอมบาง ยืนอยู่ข้างเสาระเบียงทางเดิน ร้องไห้ไปพลางเช็ดน้ำตาไปพลาง ราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกทั้งฉุนทั้งขำเพียงแต่ตอนทั้งคู่ถูกลอบโจมตีระหว่างทางกลับเมืองหลวง นางเคยหกล้มจนเปือนเปรอะดินไปทั้งร่าง ทว่าก็คล้ายจะไม่เคยเห็นนางร้องไห้มาก่อนเลย…
เซี่ยเวยมองนาง รู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง เขายกมือกดหัวคิ้วเบาๆ อดพูดเสียงอ่อนลงหลายส่วนไม่ได้“อย่าร้องไห้เลย เข้ามาเถอะ”
เสียงสะอึกสะอื้นของเจียงเสวี่ยหนิงหยุดชะงักทันที
การร้องไห้ของนางแท้จริงไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับเซี่ยเวย แค่ถูกความอยุติธรรมเล็ก ๆกระตุ้นให้นึกถึงความไม่เป็นธรรมมากมายที่เคยได้รับเท่านั้น
ในใจนางเดิมคิดเพียงว่าคนแซ่เซี่ยไร้หัวใจเกรงว่าต้องให้นางยืนอยู่ด้านนอกหนึ่งชั่วยามเป็นแน่
ผู้ใดจะคาดคิดว่าจู่ ๆ เขากลับเรียกให้นางเข้าไป
นอกเหนือจากความ