วิน ต่อมาเกิดเหตุการณ์ฮ่องเต้โจวอู่ปราบโจ้ว[3] ฮ่องเต้โจวอู่ได้เพิ่มอีกหนึ่งสาย เรียกว่าสายอู่นับแต่นั้นจึงเรียกขานรวมกันว่า ‘พิณเหวินอู่เจ็ดสาย’ ”
เซี่ยเวยถือไม้บรรทัดไพล่หลัง
ตัวคนเดินลงมาจากบนแท่นสอน สายตากวาดผ่านใบหน้าทุกคนที่อยู่ด้านล่าง
“เรียนพิณไม่ใช่เรื่องง่าย เปรียบดั่งการพายเรือทวนน้ำ บางครั้งยังยากยิ่งกว่าการอ่านตำราเสียด้วยซ้ำ กล่าวกันว่าเรียนพิณสามปีมีความสำเร็จเล็กน้อย ห้าปีมีความสำเร็จปานกลาง เจ็ดปีมีความสำเร็จมาก แต่นี่เป็นคำกล่าวที่อิงจาก ‘หลักการ’ ทว่าการเรียนพิณต้องมี‘ฝีมือ’ ร่วมด้วย ครั้นมี ‘ฝีมือ’ แล้วถึงจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ เพียงแต่พวกเจ้าอายุยังไม่มาก เวลาแค่ครึ่งปีไม่อาจเรียนรู้อะไรได้จริง ๆหลังจากนี้หากพวกเจ้าได้เพียงเศษเสี้ยวเชี่ยวชาญทักษะขึ้นสักเล็กน้อยก็ถือว่าไม่แย่แล้ววันนี้คนแซ่เซี่ยจะเริ่มสอนจาก ‘การนั่ง’ และ‘นิ้ว’ ”
เขาเคยชินกับการสอนฮ่องเต้และเหล่าขุนนางทั่วทั้งราชสำนักที่หอเหวินยวน ฉะนั้นการสอนดรุณีเหล่านี้จึงออกจะเหมือนการใช้มีดฆ่าโคมาฆ่าไก่อยู่บ้าง ถึงแม้จะดูเหมือนไม่ค่อยพอใจเช่นเดียวกับจ้าวเซียนเซิงจากสภาฮั่นหลินคนก่อนหน้า แต่เขาก็ยังเดินเหินอย่างสงบนิ่งน้ำเสียงนุ่มนวลและเป็นมิตรดังเดิม
ไม่ได้ทำตัวสูงส่งและไม่ได้ดูแคลนพวกนาง
ยามยืนบรรยายแก่ดรุณีน้อยแบบต่อหน้าภายในตำหนักเฟิงเฉินนั้นไม่ต่างจากยามถวายการบรรยายแด่ประมุขของแผ่นดิน ณ หอเหวินย