ยิ่มยิ้มย่องเหมือนตอนที่ผู้อื่นจงใจถ่อมตน ตรงกันข้าม กลับจริงจังและหนักแน่น
นางจึงสัมผัสได้ว่า…
เซี่ยจวีอันรู้สึกว่าตนเองโง่เขลาจริง ๆ ทำให้แม้ผ่านมาแล้วยี่สิบกว่าปี เขาก็ยังคิดว่าวิถีแห่งพิณของตนพอนับว่าอยู่แค่ขั้นต้นเท่านั้น
เนื่องจากวันนี้ต้องเรียนพิณ พิณของทุกคนจึงวางอยู่บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย
พิณของเจียงเสวี่ยหนิงก็ไม่มีข้อยกเว้น
เจียวอันคันนั้นวางอยู่ตรงหน้านาง
เซี่ยเวยเคลื่อนสายตากวาดผ่านร่างนางไปจากนั้นก็หยุดบนพิณคันนั้นโดยปริยาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจำได้หรือไม่ หลังจากมองอยู่นานถึงได้ช้อนดวงตาพิจารณาเจียงเสวี่ยหนิง
แผ่นหลังนางเย็นวาบทันที
ยังดีที่เหมือนเซี่ยเวยแค่มองนางเพิ่มเพราะพิณคันนี้ ไม่ได้คิดจะเอ่ยอะไร เขาหมุนกายเบื้องหน้านางแล้วย้อนกลับไปด้านบนอย่างรวดเร็ว
คราวนี้ถึงค่อยเริ่มสอนพิณอย่างเป็นทางการ
สิ่งที่ต้องเรียนรู้เป็นอันดับแรกคือการนั่ง
สำหรับทุกคนแล้ว เรื่องนี้ไม่นับว่ายากเย็น
อย่างไรเสียช่วงเวลาหลายวันที่เข้าวังหลวงเพื่อรับการคัดเลือก ทุกคนต่างเคยเรียน ‘การยืนเดิน นั่ง นอน’ กับหัวหน้ากองซูมาแล้ว ถึงท่านั่งยามดีดพิณจะต่างจากท่านั่งที่หัวหน้ากองซูสอนเล็กน้อย ทว่าแม้ร้อยพันหมื่นเปลี่ยนแปลง แต่ใจความก็ยังคงเดิม สรุปแล้วร่างกายไม่อาจส่ายโอนเอน สายตาห้ามเบนไปที่ใด หูห้ามฟังสิ่งอื่นจำต้องนั่งอย่างมีระเบียบแบบแผน
จะดีจะชั่วชาติก่อนเจียงเสวี่ยหนิงก็เคยประสบเหตุการณ์การกวาดล้